ถอดรหัสเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อกรมธรรม์: คัมภีร์ลับนายหน้าประกันภัยยุค 2569 เพิ่มยอดขายด้วยพอร์ตงานรายย่อย
22 เมษายน 2026
1146
4
ตลาดประกันวินาศภัยไทยในปี 2568 มีทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่น่าติดตาม โดยพิจารณาจากสถิติจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยที่กระจายตัวไปยังผลิตภัณฑ์ประกันภัยต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและการเข้าถึงระบบประกันภัยของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน
การวิเคราะห์ครั้งนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การถอดรหัสผ่านตัวเลข “เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อกรมธรรม์” (Average Premium per Policy) ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดกลยุทธ์ที่สำคัญของบริษัทประกันภัยแต่ละราย ข้อมูลนี้จะเผยให้เห็นกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเชิงลึกว่า บริษัทประกันภัยรายนั้นมุ่งเน้นการออกแบบความคุ้มครองที่เข้าใจง่ายสำหรับลูกค้ารายย่อยหรือบุคคลทั่วไป หรือมุ่งเน้นความเชี่ยวชาญในงานระดับองค์กรที่ต้องการความคุ้มครองสูงและซับซ้อน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้คือโอกาสทองที่นายหน้าประกันภัยจะใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกพันธมิตรทางธุรกิจที่ตอบโจทย์พอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำไม “เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อกรมธรรม์” ถึงเป็นเข็มทิศสำคัญสำหรับนายหน้าประกันภัย?
ในการวิเคราะห์ศักยภาพของบริษัทประกันภัย นอกเหนือจากการพิจารณาความแข็งแกร่งและความมั่นคงทางการเงินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดของสำนักงาน คปภ. แล้ว การพิจารณาเพียงยอดเบี้ยประกันภัยรับรวมหรือส่วนแบ่งการตลาด อาจไม่เพียงพอที่จะสะท้อนกลยุทธ์เชิงลึกที่แท้จริงได้ แต่ตัวเลข “เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อกรมธรรม์” จะเป็นดัชนีชี้วัดที่บอกได้ทันทีว่า บริษัทประกันภัยรายนั้นเน้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายลักษณะใด ข้อมูลส่วนนี้จึงเป็นเข็มทิศสำคัญที่ช่วยให้นายหน้าประกันภัยสามารถเลือกพันธมิตรทางธุรกิจให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของตนเองได้อย่างตรงจุด
วิเคราะห์ภาพรวมผ่าน “เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อกรมธรรม์” ปี 2568
จากการรวบรวมข้อมูลสถิติยอดขายเบี้ยประกันภัยในปี 2568 รวมถึงจำนวนกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อสะท้อนให้เห็นทิศทางตลาดและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ประกันภัยอย่างชัดเจน มีรายละเอียดดังนี้
เจาะลึกกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เป็นโอกาสของนายหน้าประกันภัย จากเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อกรมธรรม์ประกันภัย
จากข้อมูลสถิติข้างต้น มีข้อสังเกตเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับนายหน้าประกันภัย ดังนี้
1. ตลาดประกันภัยรถยนต์ (Motor) ปัจจุบันมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยคิดเป็นร้อยละ 56 ของยอดขายเบี้ยประกันภัยรวมทั้งตลาด ในส่วนของการประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ มีเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12,000 บาท ซึ่งถือเป็นสัดส่วนรายได้หลักของตลาด ในขณะที่การประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) แม้จะมีเบี้ยประกันภัยเพียงหลักร้อยบาทต่อกรมธรรม์ แต่ด้วยปริมาณความต้องการที่สูงถึง 37.8 ล้านฉบับ จึงเป็นฐานข้อมูลลูกค้าขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพสูงสุดในการต่อยอด (cross-sell) ไปสู่ผลิตภัณฑ์ประกันภัยอื่นได้ง่ายที่สุด
2. ตลาดประกันภัยทรัพย์สิน (Non-Motor excl. A&H) ปัจจุบันมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยคิดเป็นร้อยละ 26 ของยอดขายเบี้ยประกันภัยรวมทั้งตลาด
2.1 การประกันอัคคีภัย ถือเป็นผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เนื่องจากมีเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยเพียงประมาณ 4,000 บาทต่อกรมธรรม์ ซึ่งข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงระดับราคาที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายสำหรับผู้ที่ต้องการทำประกันภัยทรัพย์สิน นับเป็นจุดแข็งที่นายหน้าประกันภัยสามารถใช้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าในราคาที่จับต้องได้นี้ ในการเสนอขายกรมธรรม์เพื่อสร้างความคุ้มครองพื้นฐานให้แก่ที่อยู่อาศัยของฐานลูกค้าเดิมได้ทันที
2.2 การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง มีเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทต่อกรมธรรม์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการรายย่อยไปจนถึงขนาดกลาง (SMEs) ที่ทำธุรกิจขนส่งหรือนำเข้า-ส่งออก และยังถือเป็นโอกาสดีที่นายหน้าประกันภัยจะได้ขยายฐานลูกค้าจากบุคคลธรรมดาไปสู่กลุ่มเจ้าของธุรกิจ ซึ่งนับเป็นถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการก้าวเข้าสู่การเป็นที่ปรึกษาด้านการประกันภัยเชิงพาณิชย์ (Commercial Lines) ต่อไป
2.3 การประกันภัยเบ็ดเตล็ด มีเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยประมาณ 13,000 บาทต่อกรมธรรม์ เนื่องจากเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายและครอบคลุมความเสี่ยงภัยที่ซับซ้อน ตั้งแต่ระดับธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงโครงการขนาดใหญ่
- กลุ่มกรมธรรม์สรรพภัยสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย: ครอบคลุมธุรกิจขนาดเล็ก เช่น ร้านอาหาร สำนักงาน หรือร้านค้าทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม “ธุรกิจร้านอาหาร” ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ได้ดำเนินการเชิงรุกผ่านการเปิดตัวโครงการ “ร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครอง” ทั่วประเทศมาตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 และขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 นี้ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าถึงความคุ้มครองที่เบ็ดเสร็จและครอบคลุมความเสี่ยงภัยรอบด้านภายในกรมธรรม์ฉบับเดียว
- กลุ่มงานเฉพาะทางที่มีมูลค่าความคุ้มครองสูง: ครอบคลุมโครงการที่มีความซับซ้อนเชิงวิศวกรรม เช่น การประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิดในการก่อสร้าง หรือการประกันภัยทรัพย์สินขนาดใหญ่ ที่ต้องการความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ภัยเฉพาะด้าน
ด้วยลักษณะความคุ้มครองที่ครอบคลุมหลากหลายมิติ ตลาดประกันภัยเบ็ดเตล็ดจึงเป็นเส้นทางที่เหมาะสมสำหรับนายหน้าประกันภัยที่ต้องการยกระดับทักษะจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์พื้นฐาน สู่การเป็น “ที่ปรึกษาด้านการบริหารความเสี่ยงสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยถึงระดับองค์กร” ที่สามารถออกแบบความคุ้มครองให้ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจทุกระดับได้อย่างมืออาชีพ
3. ตลาดประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ (A&H) ปัจจุบันมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยคิดเป็นร้อยละ 18 ของยอดขายเบี้ยประกันภัยรวมทั้งตลาด โดยเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยเพียงประมาณ 5,000 บาทต่อกรมธรรม์ ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่าย นับเป็นโอกาสสำคัญที่นายหน้าประกันวินาศภัยจะสามารถเพิ่มความถี่ในการเข้าพบลูกค้าได้บ่อยขึ้น และยังเป็นจุดเชื่อมต่อที่ดีสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตอยู่เดิม ในการขยายพอร์ตงานสู่การดูแลความคุ้มครองที่ครบวงจร
บทสรุปเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อกรมธรรม์… เข็มทิศสู่ความสำเร็จของนายหน้าประกันภัยมืออาชีพ
การวิเคราะห์ตัวเลขสถิติเบี้ยประกันภัยเฉลี่ย จะช่วยให้นายหน้าประกันภัยมองเห็นภาพรวมและทิศทางที่ชัดเจนว่า ตลาดลูกค้ารายย่อยหรือรายบุคคลนี้คือขุมทรัพย์สำคัญและเป็นฐานรายได้ที่มั่นคงซึ่งทุกท่านสามารถเข้าถึงได้ง่ายที่สุด โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชาชนตื่นตัวและเห็นความสำคัญของสวัสดิการด้านสุขภาพ รวมถึงการวางแผนปกป้องทรัพย์สินและที่อยู่อาศัยให้มีความมั่นคงในระยะยาวมากยิ่งขึ้น
แม้เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อกรมธรรม์ของลูกค้ารายย่อยนี้อาจจะดูไม่สูงเท่ากับกลุ่มลูกค้าองค์กร แต่ด้วยจำนวนกรมธรรม์ที่มีปริมาณมหาศาลและการตัดสินใจซื้อที่ง่ายกว่า จึงเป็นโอกาสทองในการขยายงานจากฐานลูกค้าประกันภัยรถยนต์ (Motor) ที่มีอยู่เดิม ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงง่ายอย่างการประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย หรือกลุ่มอุบัติเหตุและสุขภาพ สอดรับกับแรงสนับสนุนจากโครงการเชิงรุกของสำนักงาน คปภ. อาทิ โครงการ “ประกันภัยร้านอาหารอุ่นใจ” หรือ กิจกรรมส่งเสริมการประกันภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 ที่ช่วยสร้างการตระหนักรู้ในวงกว้าง
หัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโต ท่ามกลางยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น คือ “การบริการด้วยหัวใจ” ซึ่งจะรักษาฐานความเชื่อมั่นของลูกค้าไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และเป็นการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่นายหน้าประกันภัยทุกท่านอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ การเลือกพันธมิตรอย่างบริษัทประกันภัยที่มีความมั่นคงทางการเงินและมีความโดดเด่นในแต่ละกลุ่มตลาด ไม่ว่าจะเป็นงานทรัพย์สิน งานขนส่งสินค้า หรือกลุ่มสวัสดิการสุขภาพ จะช่วยให้นายหน้าประกันภัยสามารถจัดสรรแผนความคุ้มครองได้ตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าท่านจะเลือกเน้นงานรายย่อยเพื่อสร้างฐานรายได้ที่มั่นคง หรือจะขยับไปสู่งานที่มีความซับซ้อนสูงในระดับองค์กร การวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านเช่นนี้จะเป็น “กุญแจสำคัญ” ที่ช่วยสร้างการเติบโตและผลตอบแทนที่ยั่งยืนในเส้นทางวิชาชีพของนายหน้าประกันภัยทุกท่านอย่างแท้จริง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
บริษัท ไทยอินชัวรันส์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (TIRD). (2568)
บทความโดย คุณอารียา ตันตสุรฤกษ์
ที่ปรึกษา บริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด
ทุกเรื่องประกันภัย สอบถามเรา
ติดต่อโดยตรงได้ที่ สาขาศรีกรุงโบรคเกอร์ ใกล้บ้านท่าน
หรือส่งข้อความทาง Line: @srikrung
ติดต่อผ่าน Facebook: facebook.com/srikrungbroker/
โทรคุยกับ Call Center: 02 867 3899
หรือกรอกข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
ศรีกรุงโบรคเกอร์ เราพร้อมให้บริการคุณ
- กลยุทธ์นายหน้าประกันภัย
- กลยุทธ์เพิ่มยอดขายประกันภัย 2569
- ขยายพอร์ตงานรายย่อย
- ขายประกันอะไรดี ปี 2569
- ตลาดประกันวินาศภัย 2569
- บทความประกันภัย
- ยอดขายประกันภัย 2568
- วิเคราะห์ตลาดประกันภัย 2569
- เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อกรมธรรม์
- เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อกรมธรรม์ คืออะไร
- เบี้ยประกันเฉลี่ยต่อกรมธรรม์
- เบี้ยประกันเฉลี่ยต่อกรมธรรม์ คืออะไร
- แนวโน้มธุรกิจนายหน้าประกันภัย 2569