หลักเกณฑ์การพิจารณาค่าเสียหายจากน้ำท่วมรถยนต์ ตามแนวทาง คปภ. และความคุ้มครองตามประเภทประกันภัยรถยนต์
27 พฤศจิกายน 2025
7045
0
ทำไมน้ำท่วมจึงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับรถยนต์? เพราะทุกปีหลายพื้นที่ในประเทศไทยต้องเผชิญกับเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์จำนวนมาก ทั้งระบบไฟฟ้า เครื่องยนต์ ภายในห้องโดยสาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ การเข้าใจหลักเกณฑ์การประเมินความเสียหายจากน้ำท่วม จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของรถรู้แนวทางในการเคลมประกันภัยรถยนต์และเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอน
5 ระดับความเสียหายจากน้ำท่วมรถยนต์ (ตามแนวทาง คปภ.) บริษัทประกันภัยจ่ายเคลมให้กี่บาท?
เพื่อให้การพิจารณาค่าเสียหายมีความชัดเจน โปร่งใส และเข้าใจง่าย คปภ. ได้กำหนด ระดับความเสียหายจากน้ำท่วมรถยนต์ไว้ 5 ระดับ ซึ่งเป็นแนวทางในการประเมินความเสียหายและพิจารณาค่าชดเชยอย่างเป็นธรรม โดยเป็นการกำหนดให้บริษัทประกันภัยทำการจ่ายเคลมให้กับผู้เอาประกันภัย ดังนี้
ระดับ A : ความเสียหายเล็กน้อย (น้ำท่วมถึงพื้นรถ)
น้ำท่วมรถยนต์เข้าถึงเฉพาะพื้นห้องโดยสารหรือพรม ไม่กระทบต่อระบบไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์ ซ่อมทำความสะอาดภายในและอบแห้งได้ ค่าเสียหายไม่สูง
ค่าซ่อมรถยนต์โดยประมาณ 8,000–10,000 บาท
ระดับ B : ความเสียหายปานกลาง (น้ำท่วมถึงเบาะหรือต่ำกว่าคอนโซลหน้า)
น้ำเริ่มสัมผัสอุปกรณ์บางส่วน เช่น ระบบสายไฟใต้เบาะ เซ็นเซอร์ หรือกล่องควบคุมบางจุด ต้องตรวจเช็กระบบไฟฟ้าและซ่อมภายในบางส่วน
ค่าซ่อมรถยนต์โดยประมาณ 15,000–20,000 บาท
ระดับ C : ความเสียหายรุนแรง (น้ำท่วมถึงคอนโซลหน้า)
น้ำท่วมรถยนต์เริ่มเข้าถึงแผงวงจรไฟฟ้า แผงควบคุม หรือระบบถุงลมนิรภัย (Airbag) จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายส่วน และอาจต้องถอดเครื่องยนต์เพื่อตรวจเช็ก
ค่าซ่อมรถยนต์โดยประมาณ 25,000–30,000 บาท
ระดับ D : ความเสียหายหนัก (น้ำท่วมถึงฝากระโปรงหรือครึ่งคัน)
ระบบเครื่องยนต์ เกียร์ และระบบไฟฟ้าหลักเสียหายอย่างมาก ซ่อมแซมได้ยาก ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง และอาจพิจารณา “คืนทุนประกัน”
ค่าซ่อมรถยนต์โดยประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป
ระดับ E : เสียหายทั้งหมด (น้ำท่วมทั้งคันหรือท่วมถึงหลังคา)
น้ำท่วมรถยนต์จนอุปกรณ์ทุกส่วนเสียหายโดยสิ้นเชิง บริษัทประกันมักพิจารณาเป็น “รถเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss)” และจ่ายค่าสินไหมตามทุนประกันภัยรถยนต์
ขั้นตอนการประเมินความเสียหายรถยนต์จากน้ำท่วมโดยบริษัทประกันภัย
บริษัทประกันภัยจะเริ่มจาก
- ตรวจสอบระดับน้ำที่ท่วมตัวรถ
- ตรวจระบบเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์หลัก
- ประเมินค่าอะไหล่และค่าซ่อม พร้อมพิจารณาหักค่าเสื่อมราคาในกรณีเปลี่ยนชิ้นส่วนสำคัญ
หากค่าซ่อมกรณีน้ำท่วมรถยนต์ เกิน 70%–80% ของมูลค่ารถปัจจุบัน บริษัทประกันภัยอาจพิจารณา ตีเป็นซาก (Write-off) และชดเชยค่าสินไหมตามมูลค่าตลาด (Market Value) ของรถในวันเกิดเหตุ
วิธีดูแลรถยนต์หลังน้ำท่วม
หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมรถยนต์ เจ้าของรถควรดำเนินการตรวจเช็กและดูแลรถอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า และชิ้นส่วนสำคัญต่าง ๆ
- ห้ามทำเมื่อรถยนต์ถูกน้ำท่วม
- ห้าม สตาร์ทรถทันทีหลังจากน้ำท่วมรถยนต์
- ห้าม ถอดปลั๊ก / ระบบไฟ เองหากไม่ชำนาญ
- ห้าม เข็นรถสตาร์ท เพราะอาจดึงน้ำเข้าระบบเพิ่ม
- ห้าม เสียบชาร์จแบต หากห้องเครื่องยังชื้น
- เช็กก่อนสตาร์ท
- เช็กน้ำมันเครื่อง / น้ำมันเกียร์ ถ้าเป็นสีขุ่นคล้ายนม เท่ากับน้ำเข้า → ห้ามสตาร์ท
- เช็กกรองอากาศ ถ้าเปียก เท่ากับห้ามสตาร์ท
- ดูปลั๊กไฟ ฟิวส์ ขั้วแบต ว่ามีคราบน้ำหรือสนิม
- เช็กระดับน้ำที่ท่วมถึงรถยนต์ เพื่อประเมินโอกาสน้ำเข้าระบบ
- เปิดห้องโดยสาร ท้ายรถ ดูว่ามีความชื้น / น้ำขังท่วมห้องโดยสารรถยนต์หรือไม่
- หากน้ำท่วมรถยนต์จนน้ำเข้าภายในรถ
- ถอดเบาะ พรม แผ่นซับเสียงออก ล้างตากจนแห้งสนิท
- เป่าลม / ไล่ชื้นในพื้น ซอก ใต้เบาะ
- อบโอโซน / ฆ่าเชื้อ / กันกลิ่นอับ และเชื้อรา
- ตรวจมอเตอร์กระจกไฟฟ้า เซ็นเซอร์ สายไฟใต้เบาะ
- หลังซ่อม / ใช้งานได้แล้ว
- ถ่ายของเหลวใหม่ทั้งหมด → น้ำมันเครื่อง / เกียร์ / เฟืองท้าย / น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ (ถ้ามี)
- เปลี่ยนไส้กรองอากาศ–ไส้กรองแอร์
- ตรวจระบบไฟฟ้า ECU / เซ็นเซอร์ต่าง ๆ
- เช็กเบรก คาลิปเปอร์ ผ้าเบรก แป้นเบรก
- ตรวจบูช ลูกหมาก โช้ค ลูกปืนล้อ เผื่อมีสนิมหรือฝืด
ข้อควรรู้เมื่อต้องเคลมน้ำท่วมรถยนต์
- อย่าสตาร์ทรถทันทีหลังน้ำลด – อาจทำให้เครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าเสียหายหนักกว่าเดิม
- บันทึกหลักฐานความเสียหาย – ถ่ายรูปและวิดีโอทั้งภายนอก–ภายใน ก่อนเคลื่อนย้ายหรือซ่อมแซม
- แจ้งบริษัทประกันภัยทันที – เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสภาพและประเมินความเสียหายอย่างเป็นทางการ
- ตรวจสอบความคุ้มครองในกรมธรรม์ – โดยเฉพาะความคุ้มครอง “ภัยธรรมชาติ” ซึ่งรวมถึงน้ำท่วมรถยนต์
- เก็บใบเสร็จและเอกสารซ่อมทุกฉบับ – เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาค่าสินไหม
ความคุ้มครอง “น้ำท่วมรถยนต์” ตามประเภทประกันภัยรถยนต์มีอะไรบ้าง
ความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมรถยนต์แตกต่างกันตามประเภทของประกันภัยรถยนต์ที่ทำไว้ การทำความเข้าใจรายละเอียดเหล่านี้จะช่วยให้ผู้เอาประกันวางแผนการเคลมประกันได้อย่างเหมาะสมเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมรถยนต์ ดังนี้
- ประกันภัยชั้น 1 คุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม เต็มวงเงินทุนประกันภัย (รวมถึงกรณีรถเสียหายจากน้ำเข้ารถ)
- ประกันภัยชั้น 2+ , 3+ และ 3 ไม่คุ้มครองน้ำท่วมโดยอัตโนมัติ แต่สามารถ ซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติม เพื่อให้ครอบคลุมกรณีความเสียหายจากน้ำท่วมรถยนต์ได้
- ประกันภัยชั้น 2 ไม่คุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมรถยนต์ในทุกกรณี
เคลมประกันรถยนต์กรณีน้ำท่วมมีผลต่อประวัติหรือไม่?
หากรถยนต์ได้รับความเสียหายจาก น้ำท่วม และลูกค้า เคลมประกันภัยรถยนต์ จะมีผลต่อประวัติดี (No Claim Bonus) เพราะถือว่าเป็นการเคลมสินไหมภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ แต่จะไม่กระทบต่อ “คะแนนพฤติกรรมผู้ขับขี่” เนื่องจากเป็นเหตุจากภัยธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมการขับขี่ของผู้เอาประกันภัย
สรุป
น้ำท่วมถือเป็นภัยธรรมชาติที่สร้างความเสียหายต่อรถยนต์อย่างมาก การเข้าใจเกณฑ์การประเมินความเสียหายและขั้นตอนการเคลมน้ำท่วมรถยนต์ตามแนวทางของ คปภ. ช่วยให้นายหน้าประกันภัยสามารถดูแลลูกค้าให้เตรียมเอกสารการเคลมได้อย่างถูกต้องและเบิกสินไหมได้รวดเร็ว
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.). (2567). คปภ. พร้อมให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัยแก่ประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ
บทความโดย คุณกนกลดา ยอดผะกา
ผู้จัดการฝ่ายรับประกัน
บริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด
ทุกเรื่องประกันภัย สอบถามเรา
ติดต่อโดยตรงได้ที่ สาขาศรีกรุงโบรคเกอร์ ใกล้บ้านท่าน
หรือส่งข้อความทาง Line: @srikrung
ติดต่อผ่าน Facebook: facebook.com/srikrungbroker/
โทรคุยกับ Call Center: 02 867 3899
หรือกรอกข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
ศรีกรุงโบรคเกอร์ เราพร้อมให้บริการคุณ
- ขั้นตอนเคลมน้ำท่วม
- ความคุ้มครองภัยธรรมชาติ
- ค่าเสียหายรถจมน้ำ
- คู่มือประกันภัยรถยนต์
- น้ำท่วมรถทำอย่างไร
- น้ำท่วมรถยนต์
- บทความประกันภัย
- ประกัน2พลัสคุ้มครองภัยธรรมชาติ
- ประกันชั้น1คุ้มครองน้ำท่วม
- ประกันภัยรถยนต์
- ประวัติดีประกันภัยรถยนต์
- ประเมินความเสียหายน้ำท่วมรถ
- ภัยน้ำท่วมรถยนต์
- ระดับความเสียหายน้ำท่วมรถ คปภ.
- วิธีดูแลรถหลังน้ำท่วม
- เคลมน้ำท่วมมีผลไหม
- เคลมน้ำท่วมรถยนต์
- เคลมประกันรถยนต์
- แนวทางคปภ. น้ำท่วม