ของหลวงไม่ใช่ของฟรี ใครทำเสียหายต้องจ่าย
2 กรกฎาคม 2026
1918
12
หลายคนที่ขับรถบนท้องถนนอาจจะคิดว่าอุบัติเหตุคือเรื่องของรถชนรถ แต่จริง ๆ แล้วยังมีอีกหลายเรื่องที่เรามองข้ามไปนั่นคือการชนคนหรือสิ่งของต่าง ๆ (ทรัพย์สิน) และถ้าทรัพย์สินนั้นเป็นของหลวง เช่น ขับรถชนเสาไฟฟ้า ป้ายบอกทาง ราวเหล็ก หรือแบริเออร์ต่าง ๆ ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายเหล่านี้
Key Takeaway
- การขับรถชนทรัพย์สินของทางราชการ เช่น เสาไฟฟ้า ป้ายจราจร แบริเออร์ หรือทรัพย์สินสาธารณะอื่น ๆ ผู้กระทำความผิดต้องรับผิดชอบค่าเสียหายตามกฎหมาย
- การหลบหนีไม่ใช่ทางออก เพราะปัจจุบันมีระบบ CCTV และฐานข้อมูลที่สามารถติดตามตัวผู้กระทำความผิดได้
- ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจช่วยลดภาระทางการเงินหากเกิดอุบัติเหตุ แต่ควรตรวจสอบวงเงินคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกให้เพียงพอ เพราะหากค่าเสียหายเกินวงเงินประกัน ผู้กระทำความผิดต้องรับผิดชอบส่วนต่างด้วยตนเอง
“ทรัพย์สินของหลวง” ไม่ใช่ของฟรี
ซึ่งผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหายต้องรับผิดชอบค่าเสียหายตามกฎหมายละเมิด ค่าความเสียหายก็จะขึ้นอยู่กับทรัพย์สินที่เสียหายว่ามีอะไรบ้าง เช่น เสาไฟฟ้าต้นละประมาณ 100,000 บาท ถ้าเสียหายไปก็ต้องชดใช้ตามมูลค่าที่หลวงกำหนด กรณีรับผิดชอบค่าเสียหายคืนหลวง ความผิดทางแพ่งก็สามารถเจรจายอมความได้ แต่กรณีที่ไม่ชดใช้ค่าเสียหายหรือหลบหนี จะมีความผิดทั้งทางแพ่งคือต้องชดใช้ค่าเสียหายและทางอาญาตั้งแต่ค่าปรับ การกักขัง การติดคุกจนถึงการประหารชีวิต เพราะการละเมิดนี้ทำให้ทรัพย์สินของหลวงเสียหายและยังไม่ได้ชดใช้ค่าเสียหายในฐานะที่เป็นผู้กระทำผิด
สำหรับความรับผิดเมื่อทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของหลวง
ความรับผิดทางกฎหมาย
- ความรับผิดชอบทางแพ่ง มาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติว่า ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
- ความผิดทางอาญา มาตรา 360 แห่งประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติว่า ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้เขียนต้องการนำเสนอข้อมูลเพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบถึงราคาของทรัพย์สินของหลวงในแต่ละประเภทในภาพรวม ว่ามีช่วงราคาโดยประมาณอยู่ในระดับใด
ตัวอย่างราคาทรัพย์สินของหลวง
- ต้นไม้ข้างทาง 5xx – 1x,xxx บาท
- เสาล้มลุก ป้ายจราจร เสากิโลเมตร 8xx – 3,5xx บาท
- แบริเออร์ (แนวกั้นถนน) เสาไฟแดง 8xx – 15,xxx บาท
- เสาไฟกินนรี 15x,xxx – 3xx,xxx บาท
- เสาไฟฟ้าแรงต่ำ 1x,xxx – 3x,xxx บาท
- เสาไฟฟ้าแรงกลาง 3x,xxx – 1xx,xxx บาท
- เสาไฟฟ้าแรงสูง 5xx,xxx – 2,5xx,xxx บาท
กรณีศึกษาอุบัติเหตุขับรถชนของหลวง
จากอุบัติเหตุรถกระบะส่งน้ำชนเสาไฟฟ้าบริเวณถนนผาเมือง-หนองฮ่อ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วงเดือน กันยายน 2568 ส่งผลให้เสาไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำหักโค่นต่อเนื่องรวม 52 ต้น
สรุปความเสียหายจากอุบัติเหตุขับรถชนของหลวงในครั้งนี้ ได้แก่ เสาไฟฟ้าแรงสูง และเสาไฟฟ้าแรงต่ำประมาณ 52 ต้น รวมมูลค่าความเสียหายคิดเป็นจำนวนเงินมากกว่า 26,000,000 บาท เมื่อนำมาพิจารณาควบคู่ไปกับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
ดังนั้น ผู้เขียนขอนำเสนอตัวอย่างหน้าตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจนี้จะมีส่วนเข้ามาบรรเทาความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ในวงเงิน 1,000,000 บาท
แล้วเหตุการณ์นี้ใครต้องรับผิดชอบกันบ้าง?
ผู้เขียนขอสรุปรายละเอียดของเสาไฟหลวงเสียหาย กว่า 52 ต้น และมีมูลค่ารวมมากกว่า 26,000,000 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับวงเงินความคุ้มครอง 1,000,000 บาท ตามตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจดังกล่าวไม่เพียงพอต่อค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
จากเหตุการณ์นี้ บางท่านอาจจะได้ยินผ่านข่าว ทำให้ภาครัฐและประชาชนเห็นว่าใครคือผู้ขับขี่ รถคันที่เกิดเหตุ
และมีการตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยของรถยนต์คันกล่าว เพื่อมาชดใช้ค่าเสียหายที่เกิด ดังนั้นผู้เอาประกันภัย แม้ว่าจะไม่ใช่ผู้ขับขี่ก็ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ อีกทั้งยังมีผู้เกี่ยวข้องรายอื่นๆ อีก อันได้แก่ ผู้ครอบครอง และเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวด้วย ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวต้องได้ผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจลงความเห็นว่า รถคันดังกล่าวเป็นฝ่ายกระทำผิด อันเป็นเหตุทำให้ของหลวงเสียหาย โดยลำดับการชดใช้ค่าเสียหาย
- 1,000,000 บาทแรก ได้รับการชดใช้จากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
- ส่วนที่เหลือกว่า 25,000,000 บาท ผู้ต้องร่วมรับผิดชอบ ได้แก่ ผู้ขับขี่ในฐานะผู้ขับขี่ที่ทำให้เกิดเหตุโดยตรง และผู้ครอบครอง/เจ้าของรถ
ทุกท่านคงสงสัยว่า แล้วหากไม่เป็นข่าวใครจะตรวจสอบได้ว่าใครเป็นผู้กระทำผิด ด้วยความร่วมมือของภาครัฐและเทคโนโลยีปัจจุบันมีการเชื่อมโยงข้อมูลซึ่งกันและกันมากมาย ซึ่งก็รวมถึงความร่วมมือของกรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง และสำนักงาน คปภ. โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. การติดตามตัวด้วยเทคโนโลยี
กล้อง CCTV และระบบตรวจสอบป้ายทะเบียนของหน่วยงานอย่างกรมทางหลวงมีกล้องวงจรปิดครอบคลุมเส้นทางหลัก สามารถตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถและรุ่นรถได้ทันที การเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบก เมื่อทราบทะเบียนรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานงานกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อตรวจสอบชื่อเจ้าของรถและข้อมูลบริษัทประกันภัยที่ทำไว้
2. หนังสือแจ้งเรียกค่าเสียหายและประกันภัย
2.1 หนังสือเรียกค่าเสียหาย หน่วยงานเจ้าของทรัพย์สินจะส่งหนังสือเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหาย ไปยังที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร์ของเจ้าของรถ/ผู้ขับขี่/ผู้ครอบครอง
2.2 การแจ้งบริษัทประกัน ในกรณีที่รถคันเกิดเหตุมีการทำประกันภัย หน่วยงานของรัฐจะดำเนินการประสานงานกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อตรวจสอบข้อมูลรถคันดังกล่าว หากพบว่ามีการจัดทำพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ.) จะมีการส่งข้อมูลไปยังบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ตรวจสอบเพิ่มเติมว่ารถคันดังกล่าวมีการทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจหรือไม่ ทั้งนี้ หากพบว่ามีการทำประกันภัยภาคสมัครใจ บริษัทประกันภัยจะเข้ามารับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ในฐานะผู้แทนของผู้เอาประกันภัย ตามหลักของสัญญาประกันภัยซึ่งมีลักษณะเป็นสัญญา ประกันภัยค้ำจุน
หากกรณีเช่นนี้ รถคันดังกล่าวได้ทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจจะมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะสามารถช่วยบรรเทาเหตุการณ์ขับรถชนของหลวงที่เกิดขึ้น บริษัทประกันภัยจะเข้าชดใช้ค่าเสียหายแทนผู้เอาประกันภัย ตามวงเงินที่ระบุไว้ ในหมวดความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกถือเป็นว่าตัวช่วยสำคัญที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายหากเกิดอุบัติเหตุทำให้ทรัพย์สินของหลวง รวมถึงทรัพย์สินของประชาชนที่เป็นผู้ขับขี่/ผู้ครอบครอง/เจ้าของรถ ไปทำให้เกิดความเสียหาย เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งหากมีการทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่เหมาะสมจะเป็นการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้
สรุป
อุบัติเหตุบนท้องถนนไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะกับตัวรถ หรือส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตของผู้ใช้ทางเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบถึง “ทรัพย์สินของหลวง” ซึ่งผู้ขับขี่ ผู้ครอบครอง และเจ้าของรถ มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย โดยมูลค่าความเสียหายอาจตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักล้านบาท การหลบหนีไม่ใช่ทางออกเพราะปัจจุบันมีทั้งกล้องวงจรปิดและระบบเชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ ที่สามารถติดตามผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบริษัทประกันภัยหรือนายหน้าประกันภัยทันที
การทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย แต่ต้องตรวจสอบ “วงเงินความคุ้มครอง” ให้เหมาะสม เพราะหากความเสียหายสูงกว่าวงเงิน ผู้ขับขี่ ผู้ครอบครอง และเจ้าของรถ ยังต้องรับผิดชอบส่วนต่างด้วยตนเองเพราะ “ของหลวงไม่ใช่ของฟรี” ทุกความเสียหายมีต้นทุน และผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบ การขับขี่อย่างระมัดระวังควบคู่กับการมีประกันที่เหมาะสมเพื่อป้องกันความเสี่ยง อุบัติเหตุไม่ใช่แค่เหตุการณ์ไม่คาดคิด แต่คือ “ความเสี่ยง” ที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บทบาทของนายหน้าประกันภัยมืออาชีพจึงไม่ใช่แค่การขาย แต่คือการ “ยืนเคียงข้างลูกค้า” ในวันที่ต้องการความช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด
หากคุณมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องของการทำทรัพย์สินทรัพย์ของหลวงเสียหาย หรือการขายผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ หรือต้องการเข้ารับการอบรมเพื่อเสริมทักษะ สามารถมาพูดคุยกับเราได้ที่ “ศรีกรุงภาคอีสาน 1” หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ ศรีกรุงโบรคเกอร์ ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญยินดีตอบคำถามและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำประกันภัยทุกชนิด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
ไทยพีบีเอส (Thai PBS). (2568). รถกระบะบรรทุกน้ำดื่มชนเสาไฟฟ้าหัก-เสียหาย 52 ต้น ไฟดับหลายจุดในเมืองเชียงใหม่, สถาบันนิติธรรมาลัย. (ม.ป.ป.). หมวด ๑ ความรับผิดเพื่อละเมิด (มาตรา ๔๒๐ – ๔๓๗) และ หมวด ๗ ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ (มาตรา ๓๕๘ – ๓๖๑), ไทยรัฐออนไลน์ บริษัท เทรนด์ วีจี3 จำกัด, (2569). “พิพัฒน์” หนุน MOU ขนส่ง-กรมทางหลวง เชื่อมฐานข้อมูล Big Data ยกระดับความปลอดภัยทางถนน
บทความโดย คุณอภิสราพร สัตตารัมย์
ผู้จัดการ สาขาสุรินทร์
บริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด
ทุกเรื่องประกันภัย สอบถามเรา
ติดต่อโดยตรงได้ที่ สาขาศรีกรุงโบรคเกอร์ ใกล้บ้านท่าน
หรือส่งข้อความทาง Line: @srikrung
ติดต่อผ่าน Facebook: facebook.com/srikrungbroker/
โทรคุยกับ Call Center: 02 867 3899
หรือกรอกข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
ศรีกรุงโบรคเกอร์ เราพร้อมให้บริการคุณ
- ขับชนของหลวงประกันจ่ายไหม
- ขับรถชนของหลวง
- ขับรถชนของหลวง ใครต้องรับผิดชอบ
- ขับรถชนป้ายจราจร
- ขับรถชนแบริเออร์ทางหลวง ปรับกี่บาท
- ความคุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอก ประกันรถยนต์ คืออะไร
- ความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก
- ค่าเสียหายทรัพย์สินทางราชการ
- ชนของหลวงแล้วหนี
- ชนของหลวงแล้วหนี มีความผิดทางกฎหมายอย่างไร
- ชนเสาไฟฟ้าหลวง ประกันรถยนต์จ่ายไหม
- ชนเสาไฟฟ้าเสียกี่บาท
- บทความประกันภัย
- ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ