พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ สำคัญอย่างไร? ร่วมรณรงค์ให้รถจักรยานยนต์ไทยมีประกันภัยภาคบังคับ เพื่อความคุ้มครองผู้ประสบภัยแบบเต็มวงเงิน
24 พฤศจิกายน 2025
4434
0
มาร่วมกันรณรงค์ให้รถจักรยานยนต์ไทยทุกคันต้องมี พ.ร.บ. กันดีกว่า เพื่อความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจักรยานยนต์แบบเต็มวงเงิน ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ประกันภัยภาคบังคับ) บทความนี้จะพาทุกท่านมาสำรวจสถิติรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย รวมไปถึงเหตุผลที่รถจักรยานต์ยนต์ทุกคันทำไมถึงต้องมี พ.ร.บ.
สถิติรถจักรยานยนต์ไทยในปัจจุบัน และข้อมูลการทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์)
ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 เผยให้เห็นว่าประเทศไทยมีจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนสะสมสูงถึง 22,824,766 คัน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับรถประเภทอื่น ๆ ที่จดทะเบียนทั้งหมด
แต่จำนวนรถจักรยานยนต์ที่มีการทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์) กับบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถในปี 2567 ประมาณ 16 ล้านคัน ซึ่งนับเป็น ประมาณ 70% ของรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก
สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างสำคัญที่เราต้องเร่งแก้ไข เพราะหากรถจักรยานยนต์ที่ไม่มี พ.ร.บ. เกิดอุบัติเหตุขึ้น ผู้ประสบภัยจะต้องไปเบิกค่าเสียหายจาก กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งจะเบิกได้แค่ค่าเสียหายเบื้องต้น และท้ายที่สุดแล้ว กองทุนฯ ก็จะเรียกคืนค่าเสียหายจากผู้ขับขี่หรือผู้ที่ไม่มี พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ อยู่ดี กระบวนการนี้อาจสร้างภาระทางการเงินให้กับผู้ประสบภัยและผู้ที่ต้องรับผิดชอบในระยะยาว
พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
พ.ร.บ. ย่อมาจาก “พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ” ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับตามกฎหมายสำหรับยานพาหนะทุกประเภทที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกและไม่ได้จดทะเบียน จุดประสงค์หลักของ พ.ร.บ. คือการให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประสบภัยจากรถ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุนั้น โดยจะได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด
พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ จึงหมายถึง ประกันภัยภาคบังคับตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ สำหรับรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก หรือไม่ได้จดทะเบียน รวมถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งจะได้รับความคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์นี้
เปรียบเทียบรถจักรยานยนต์ที่ทำ พ.ร.บ. กับไม่ได้ทำ พ.ร.บ. ต่างกันอย่างไร?
หมายเหตุ: สามารถคลิกดู อัตราเบี้ยประกันภัย รถยนต์ รวมภาษีอากรตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เพิ่มเติมได้
ตารางอัตราเบี้ย พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ แบบชำระค่าเบี้ยประกันภัยปีต่อปี
ตารางอัตราเบี้ย พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ แบบรายปี ช่วยให้เจ้าของรถสามารถตรวจสอบค่าเบี้ยประกันภัยตามประเภทรถและขนาดเครื่องยนต์ได้อย่างสะดวก เพื่อประกอบการตัดสินใจทำประกันภัยภาคบังคับให้ถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับความคุ้มครองครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
ประเภทรถจักรยานต์ที่ต้องทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์)
รถจักรยานยนต์ทุกประเภทที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก หรือไม่จดทะเบียน รวมถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า จำเป็นต้องทำ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้ประสบภัยได้รับความคุ้มครองขั้นพื้นฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ รายละเอียดต่อไปนี้คือประเภทรถจักรยานยนต์ที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดของการทำประกันภัยภาคบังคับ
1. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (รย.12) อัตราเบี้ยประกันภัย พ.ร.บ. ราคา 323.14 บาท รหัส 1.30B
2. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (รย.12) อัตราเบี้ยประกันภัย พ.ร.บ. ราคา 430.14 บาท รหัส 1.30C
3. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (รย.12) อัตราเบี้ยประกันภัย พ.ร.บ. ราคา 645.21 บาท รหัส 1.30D
4. รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล จักรยานยนต์ไฟฟ้า (รย.12) อัตราเบี้ยประกันภัย พ.ร.บ. ราคา 323.14 บาท รหัส 1.30E
5. รถจักรยานยนต์รับจ้าง (รย.17) อัตราเบี้ยประกันภัย พ.ร.บ. ราคา 376.64 บาท รหัส 3.30B
ปัจจุบันสามารถซื้อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ แบบระยะยาวได้สูงสุด 5 ปี
การทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์) เบี้ยประกันภัยจะแตกต่างกันตามประเภทของรถและขนาดเครื่องยนต์ รวมถึงระยะเวลาในการคุ้มครองที่ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถเลือก โดยในปัจจุบันสามารถเลือกระยะเวลาคุ้มครองได้ตั้งแต่ 3 ปี, 4 ปี หรือ 5 ปี ตามที่ต้องการ ซึ่งมีอัตราเบี้ยประกันภัย พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ดังนี้
ตารางอัตราเบี้ยประกันภัย พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ แบบ 3-5 ปี (เบี้ยรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอากร)
คำแนะนำในการทำ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์
- ควรต่อทะเบียนและทำ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ปีต่อปี เพื่อไม่ให้ลืมหรือตกหล่นในการต่อภาษีและทำ พ.ร.บ. การทำทั้งสองอย่างพร้อมกันจะช่วยให้สะดวกมากขึ้นและปลอดภัยอุ่นใจทุกเส้นทาง แม้สุดท้ายแล้วการเลือกทำแบบไหนจะขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคนแต่การทำ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ พร้อมต่อภาษีในคราวเดียวกัน คือทางเลือกที่ง่ายและคุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ใช้รถ
- ในการซื้อประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์) จะต้องดำเนินการซื้อให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานรถจักรยานยนต์ที่แท้จริง ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นประเภทการใช้งานรถจักรยานยนต์ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ใช้ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์รับจ้าง และรถจักรยานยนต์ใช้งานสาธารณะ เป็นต้น เพื่อป้องกันปัญหาในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนค่ารักษาพยาบาลหรือค่าเสียหายอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง หากบริษัทประกันภัยตรวจพบว่าการใช้งานรถจักรยานยนต์ไม่ตรงกับประเภทที่ระบุในกรมธรรม์ ข้อ 14 การใช้รถ กรณีใช้รถในเวลาที่เกิดอุบัตินอกเหนือจากที่ได้ระบุไว้ในตาราง ซึ่งทำให้การเสี่ยงภัยเพิ่มขึ้น ผู้เอาประกันภัยต้องชดใช้ค่าเสียหายคืนให้บริษัทตามจำนวนที่บริษัทได้จ่ายไปแต่ไม่เกิน 2,000 บาท
- นอกจากการมี พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ แล้ว ควรจะมีประกันภัยรถจักรยานยนต์ประเภท 3 หรือ ประเภท 5 ด้วย เพื่อขยายความคุ้มครองรวมไปถึงทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
รถที่ไม่ได้จดทะเบียน ซื้อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ได้หรือไม่?
หลายคนเข้าใจผิดว่าการทำ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ต้องทำเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว รถที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสามารถทำ พ.ร.บ. ได้ แม้จะไม่ได้จดทะเบียน อาทิเช่น
- รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV Bike)
แม้จะเป็นรถไฟฟ้าที่บางครั้งไม่ได้จดทะเบียนเหมือนรถเครื่องยนต์ทั่วไป แต่ก็สามารถทำ พ.ร.บ. ได้ เพื่อให้มีความคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุ เพราะกฎหมายเน้นการคุ้มครองผู้ประสบภัย ไม่ได้จำกัดเฉพาะรถที่ใช้เชื้อเพลิง
- รถจักรยานยนต์ที่ไม่ได้ต่อภาษี หรือทะเบียนขาด
แม้ทะเบียนจะหมดอายุหรือไม่ได้ต่อภาษี ก็ยังสามารถทำ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ได้ เพราะวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. คือการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ไม่ได้ผูกกับสถานะภาษีหรือการต่อทะเบียน
- รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในพื้นที่เฉพาะ
เช่น รถที่ใช้ในฟาร์ม โรงงาน รีสอร์ท หรือพื้นที่ปิด แม้จะไม่วิ่งบนถนนสาธารณะ แต่หากมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ก็สามารถทำ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ได้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกที่ ไม่ว่าจะบนถนนหรือในพื้นที่เฉพาะ การมี พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ช่วยให้ผู้ประสบภัยได้รับการรักษาพยาบาลและความคุ้มครองตามกฎหมายทันที โดยไม่ต้องรอการพิสูจน์ผิด-ถูก
สรุป
การเลือกซื้อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ที่เหมาะสมกับการใช้งานและขนาดเครื่องยนต์ของรถเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองที่ครอบคลุมและไม่ถูกปฏิเสธการให้ความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัย ทั้งนี้ยังช่วยสร้างความอุ่นใจในการขับขี่ บรรเทาความเดือดร้อนต่อชีวิตและร่างกายจากอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อีกด้วย ที่สำคัญผู้ใช้รถเองก็ไม่ควรลืมต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ สวมหมวกนิรภัยทุกครั้งและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
เพื่อความมั่นใจในทุกการใช้งาน และลดความเสี่ยงทางการเงินหากเกิดอุบัติเหตุ สนใจทำประกันภัยรถจักรยานยนต์ภาคสมัครใจและทำ พ.ร.บ. กับศรีกรุงโบรคเกอร์ ติดต่อพวกเราได้ที่ “ศรีกรุงภาคอีสาน 1” หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ ศรีกรุงโบรคเกอร์ ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเรายินดีให้คำแนะนำและตอบทุกคำถามค่ะ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
กลุ่มสถิติการขนส่ง กองแผนงาน กรมการขนส่งทางบก. (2567). จำนวนรถที่จดทะเบียนสะสมทั่วประเทศ ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2567 สืบค้นจาก: web.dlt.go.th/statistics, บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด. (2567). จำนวนรถจักรยานยนต์ที่มีการทำประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ในปี 2567 สืบค้นจาก: www.rvp.co.th, สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
บทความโดย คุณมยุรี สารบรรณ
ผู้จัดการ ฝ่ายขายและรับประกันภัยรถยนต์
บริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด
ทุกเรื่องประกันภัย สอบถามเรา
ติดต่อโดยตรงได้ที่ สาขาศรีกรุงโบรคเกอร์ ใกล้บ้านท่าน
หรือส่งข้อความทาง Line: @srikrung
ติดต่อผ่าน Facebook: facebook.com/srikrungbroker/
โทรคุยกับ Call Center: 02 867 3899
หรือกรอกข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
ศรีกรุงโบรคเกอร์ เราพร้อมให้บริการคุณ
- ความคุ้มครอง พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์
- ความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
- ค่ารักษาพยาบาล พ.ร.บ.
- ต่อ พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์
- ต่อภาษีรถจักรยานยนต์
- ตารางเบี้ย พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์
- ตารางเบี้ย พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์
- บทความประกันภัย
- ประกันภัยภาคบังคับ มอเตอร์ไซค์
- พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์รับจ้าง
- พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (EV)
- พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์
- พ.ร.บ. ระยะยาวสามปี
- พ.ร.บ. ระยะยาวสี่ปี
- พ.ร.บ. ระยะยาวห้าปี
- สถิติรถจักรยานยนต์ไทย
- อัตราเบี้ย พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์
- อัตราเบี้ย พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์