สถิติประกันวินาศภัยครึ่งแรกปี 2569 กับ ปรากฏการณ์ “ซื้อประกันเท่าที่จำเป็น” ในตลาดประกันวินาศภัยไทย ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจและ GDP ชะลอตัว
21 สิงหาคม 2026
2785
10
ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจโดยรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ตลาดประกันวินาศภัยของไทย ได้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ ตัวเลขสถิติที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นว่า ความตระหนักรู้ด้านการบริหารและโอนย้ายความเสี่ยงของผู้บริโภคไม่ได้ลดลง หากแต่กำลังซื้อและสภาพคล่องที่ตึงตัวได้เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเข้าสู่ยุคซื้อประกันเท่าที่จำเป็นอย่างเต็มรูปแบบ
Key Takeaway
- คนไทยยังซื้อประกันภัย แต่เปลี่ยนมา “ซื้อประกันเท่าที่จำเป็น” มากขึ้น โดยจำนวนกรมธรรม์ประกันวินาศภัยครึ่งแรกปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 39.55 ล้านฉบับ (+9.00%) ขณะที่เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อฉบับลดลง 5.11% สะท้อนการเลือกความคุ้มครองให้พอดีกับงบประมาณมากขึ้น
- ประกันภัยรถยนต์สะท้อนพฤติกรรมประหยัดค่าใช้จ่ายชัดเจนที่สุด จำนวนกรมธรรม์ประกันภัยเพิ่มขึ้น 13.25% แต่เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อฉบับลดลง 8.35% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคมีแนวโน้มเลือกแผนประกันรถยนต์ที่เบี้ยประกันภัยต่ำลง
- ประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุยังเป็นความคุ้มครองที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ มีเบี้ยประกันภัยรวม 27,373.40 ล้านบาท คิดเป็น 41% ของกลุ่มประกันภัยนอนมอเตอร์ (Non-Motor)
- GDP ที่ชะลอตัวกำลังเปลี่ยนวิธีเลือกซื้อประกันวินาศภัยโดยอาจเลือกเฉพาะความคุ้มครองตามความเสี่ยงที่จำเป็นและควบคุมค่าเบี้ยประกันภัยให้อยู่ในงบประมาณ เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน
- นายหน้าประกันวินาศภัยควรปรับบทบาทเป็นที่ปรึกษาด้านประกันภัย เพื่อช่วยออกแบบความคุ้มครองที่ตรงจุดและคุ้มค่างบประมาณ สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้น “ซื้อประกันเท่าที่จำเป็น”
ตลาดประกันวินาศภัย จำนวนกรมธรรม์ประกันภัยเพิ่มขึ้น สวนทางขนาดเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อฉบับอย่างมีนัยสำคัญ
ภาพรวมของตลาดประกันวินาศภัยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 จากบริษัท ไทยอินชัวรันส์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (TIRD)1 สะท้อนให้เห็นถึงการเข้าถึงตลาดประกันวินาศภัยที่ขยายตัวในเชิงปริมาณ ควบคู่ไปกับการปรับลดลงของเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อฉบับอย่างชัดเจน
- การขยายตัวในเชิงปริมาณของจำนวนกรมธรรม์ประกันภัย จำนวนกรมธรรม์ประกันวินาศภัยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 39.55 ล้านฉบับ (+9.00%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 (36.28 ล้านฉบับ) บ่งชี้ว่าผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญและตระหนักถึงความจำเป็นในการบริหารความเสี่ยงภัยในชีวิตประจำวัน
- การลดลงของเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อฉบับ มูลค่าเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยรวมทั้งตลาดประกันวินาศภัยกลับปรับลดลงเหลือ 3,826 บาทต่อฉบับ หรือลดลง -5.11% (จาก 4,032 บาทในปีก่อนหน้า) เมื่อจำแนกตามกลุ่ม ดังนี้
- กลุ่มประกันภัยมอเตอร์ (Motor) จำนวนกรมธรรม์ประกันภัยเติบโตสูงถึง 28.38 ล้านฉบับ (+13.25%) แต่เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อฉบับกลับปรับลดลงเหลือ 2,954 บาท (ลดลง 8.35% จาก 3,223 บาท) ชี้ให้เห็นพฤติกรรมซื้อเท่าที่จำเป็นอย่างเด่นชัด เช่น การเปลี่ยนมาทำประกันภัยประเภท 2 พลัส หรือประเภท 3 แทนประกันภัยชั้น 1 เพื่อควบคุมรายจ่าย
- กลุ่มประกันภัยนอนมอเตอร์ (Non-Motor) มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 67,244.87 ล้านบาท (+3.04%) โดยมีเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยทรงตัวอยู่ที่ 6,068 บาทต่อฉบับ ซึ่งได้รับแรงขับเคลื่อนหลักมาจากผลิตภัณฑ์ประกันภัยสุขภาพและอุบัติเหตุ (A&H) ที่มีมูลค่ารวมสูงถึง 27,373.40 ล้านบาท หรือครองสัดส่วนถึง 41% ของกลุ่มประกันภัยนอนมอเตอร์ทั้งหมด ชี้ชัดว่าความคุ้มครองสวัสดิภาพพื้นฐานยังคงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพื่อช่วยรองรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและอัตราเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาล
การที่จำนวนกรมธรรม์ประกันภัยรวมขยายตัวสวนทางกับขนาดเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อฉบับ บ่งชี้ชัดเจนว่าผู้บริโภคไม่ได้มองข้ามความสำคัญของการทำประกันภัย แต่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การเลือกซื้อความคุ้มครองเฉพาะภัยที่ตรงจุด พอดีกับงบประมาณ และตอบโจทย์การรักษาสภาพคล่องทางการเงินในกระเป๋าที่ตึงตัว
เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมสู่ “การซื้อประกันเท่าที่จำเป็น”
สถิติจากตลาดประกันวินาศภัยสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจไทย2 ได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะในไตรมาส 2/2569 ที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 1.9% ชะลอลงจาก 2.8% ในไตรมาสแรก จากภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง รายได้โตไม่ทันค่าครองชีพ และความกังวลเรื่องความมั่นคงทางการเงิน
แรงกดดันทางการเงินดังกล่าว ไม่ได้ทำให้ผู้บริโภคหยุดทำประกัน แต่เปลี่ยนผ่านสู่การจัดลำดับความจำเป็นอย่างรัดกุม ดังนี้
- การคุมงบประกันภัยรถยนต์ ผู้บริโภคเลือกซื้อแผนความคุ้มครองที่ ลดขนาดเบี้ยประกันภัยให้อยู่ในระดับหลักพัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายรายปีอย่างเห็นได้ชัด เช่น การปรับลดระดับจากประกันภัยชั้น 1 มาเป็นประเภท 5 (2 พลัส และ 3 พลัส) หรือประเภท 3 ตลอดจนการหันไปใช้ช่องทางดิจิทัลที่สามารถปรับแต่งแผนความคุ้มครองได้เอง เพื่อช่วยรักษาสภาพคล่องทางการเงินในชีวิตประจำวัน
- การเลือกโอนย้ายความเสี่ยงประกันภัยทรัพย์สิน ผู้บริโภคและเจ้าของธุรกิจหันมาใช้กลยุทธ์ “ซื้อตามภาระจำเป็นและล็อกความคุ้มครองเฉพาะจุดเสี่ยง” โดยฝั่งผู้บริโภคเน้นทำประกันภัยตามเงื่อนไขสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือเลือกแพ็กเกจประกันบ้านและคอนโดราคาประหยัดที่คุ้มครองเฉพาะภัยหลัก หรือเลือกทำประกันภัยการเดินทางเฉพาะช่วงที่ต้องเดินทางจริง ขณะที่เจ้าของธุรกิจเลือกทำประกันภัยโดยเน้นเฉพาะความเสี่ยงหลักที่มีนัยสำคัญต่อธุรกิจ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนเกินและรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้คล่องตัวมากที่สุด
- การรักษาเกราะป้องกันสุขภาพและอุบัติเหตุ ผู้บริโภคยังคงยอมจ่ายเบี้ยประกันภัยรายปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาระค่ารักษาพยาบาลที่ไม่คาดคิดในอนาคต
เจาะลึก 5 อันดับผู้นำและทิศทางการเติบโตในตลาดประกันวินาศภัยล่าสุด
เมื่อเจาะลึกการเติบโตของตลาดประกันวินาศภัยไทยครึ่งแรกของปี 2569 ข้อมูลสถิติสะท้อนความเคลื่อนไหวสำคัญของตลาดประกันวินาศภัยใน 4 มิติ ดังนี้
- การกระจุกตัวในกลุ่มผู้นำ Top 5 บริษัทประกันวินาศภัย 5 อันดับแรกครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันมากกว่า 50% ของเบี้ยประกันภัยรับตรงทั้งหมด (151,327 ล้านบาท) นำโดย
อันดับ 1 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีส่วนแบ่งตลาด 14.76%
อันดับ 2 บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีส่วนแบ่งตลาด 10.31%
อันดับ 3 บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีส่วนแบ่งตลาด 10.09%
อันดับ 4 บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีส่วนแบ่งตลาด 8.40%
อันดับ 5 บริษัท โตเกียวมารีนคุ้มภัย จำกัด (มหาชน) มีส่วนแบ่งตลาด 7.19%
สะท้อนว่าในช่วงเวลาที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย บริษัทประกันภัยขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคงทางการเงิน เครือข่ายสาขาครอบคลุม ตลอดจนมาตรฐานการจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่รวดเร็วและเป็นธรรม ยังคงได้รับความไว้วางใจสูงสุด
- การเสริมแกร่งผ่านการควบรวมกิจการ การขยับอันดับและเติบโตของกลุ่มผู้นำในตลาดประกันวินาศภัย มีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการควบรวมกิจการ เพื่อขยายขนาดธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการรับประกันภัย ดังนี้
- บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ควบรวมกิจการกับ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) (LMG) ช่วยขยายฐานพอร์ตประกันภัยรถยนต์และเครือข่ายตัวแทนและนายหน้าประกันวินาศภัย ให้ผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านช่องทางพันธมิตรและประกันภัยอุบัติเหตุ ส่งผลให้เบี้ยประกันภัยรับตรงรวมก้าวกระโดดขึ้นสู่อันดับ 4 ของตลาดประกันวินาศภัยได้อย่างมั่นคง
- บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เกิดจากการผสานจุดแข็งด้านเครือข่ายลูกค้ารายย่อยและอู่ซ่อมของบริษัท ประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน) เข้ากับฐานลูกค้าธุรกิจญี่ปุ่นและความมั่นคงระดับสากลของกลุ่มโตเกียวมารีน ช่วยรักษาส่วนแบ่งตลาดในกลุ่ม Top 5 ไว้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง
- ความโดดเด่นของผู้นำตลาดประกันวินาศภัยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทิศทางการเติบโตไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยขนาดเบี้ยประกันภัยรวมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงจุดใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของตลาดประกันภัยวินาศภัย ดังนี้
- ผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ (Motor) มีสัดส่วน 55.56% ของตลาดประกันวินาศภัยรวม (เบี้ยประกันภัย 84,082.18 ล้านบาท) บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ครองอันดับ 1 ในกลุ่มนี้ด้วยส่วนแบ่งตลาด 23.25% จากความได้เปรียบด้านเครือข่ายศูนย์ซ่อมมาตรฐานและบริการสินไหมทั่วประเทศ สะท้อนถึงการรักษาฐานลูกค้าเดิมควบคู่กับการขยายตัวอย่างมั่นคงในกลุ่มลูกค้ารถยนต์
- ผลิตภัณฑ์ประกันภัยทรัพย์สิน (Non-Motor excl. A&H) คิดเป็นสัดส่วน 26.35% ของตลาดประกันวินาศภัยรวม (เบี้ยประกันภัย 39,871.47 ล้านบาท) บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่ครองอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 18.04% จากความเชี่ยวชาญด้านการบริหารความเสี่ยงในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และบรรษัทธุรกิจชั้นนำ
- ผลิตภัณฑ์ประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ (A&H) คิดเป็นสัดส่วน 18.09% ของตลาดรวม (เบี้ยประกันภัย 27,373.40 ล้านบาท) โดยบริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ขึ้นนำในกลุ่ม A&H ด้วยส่วนแบ่งตลาด 20.62% และเป็นผู้นำในตลาดประกันภัยอุบัติเหตุด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 26.44% ผ่านความเชี่ยวชาญด้านช่องทางพันธมิตรสถาบันการเงินและองค์กรพันธมิตรขนาดใหญ่ ในขณะที่ บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ครองอันดับ 1 ในตลาดประกันภัยสุขภาพ ด้วยส่วนแบ่งตลาด 20.34% จากความแข็งแกร่งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมและเครือข่ายบริการทางการแพทย์ครบวงจร
- การเติบโตอย่างต่อเนื่องของช่องทางดิจิทัล กลุ่มผู้ให้บริการประกันวินาศภัยผ่านช่องทางดิจิทัลมีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันวินาศภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ บริษัท อินชัวร์เวิร์ส ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท รู้ใจ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่มีอัตราการเติบโตอย่างโดดเด่นในกลุ่มประกันภัยรถยนต์ ซึ่งเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของอินชัวร์เวิร์สเติบโตสูงถึง +141.30% และรู้ใจเติบโตถึง +89.23% เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มครองมาตรฐาน เข้าใจง่าย และเข้าถึงสะดวกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่นิยมตรวจสอบและเปรียบเทียบข้อมูลด้วยตนเอง เพื่อเลือกแผนความคุ้มครองที่ตรงความต้องการและควบคุมงบประมาณค่าเบี้ยประกันภัยได้จริง
ภาพรวมอุตสาหกรรมประกันภัยไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
จากสถิติของตลาดประกันวินาศภัยสะท้อนให้เห็นว่า สภาวะทางเศรษฐกิจไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ ‘ตัวเลขการเติบโตของเบี้ยประกันภัย’ แต่เป็นตัวเร่งให้เกิดการปรับพฤติกรรมผู้บริโภคสู่ความคุ้มค่าทางการเงิน
ดังนั้น การทำความเข้าใจปรากฏการณ์ “ซื้อประกันเท่าที่จำเป็น” จึงเป็นโอกาสสำคัญของนายหน้าประกันวินาศภัยในการพิสูจน์บทบาทที่ปรึกษาด้านประกันภัย ที่ไม่ใช่เพียงแค่คนขายประกัน โดยการให้คำแนะนำที่จริงใจ คัดสรรความคุ้มครองเฉพาะภัยที่จำเป็น เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยได้รับความคุ้มครองที่ตรงจุดและคุ้มค่ากับงบประมาณอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ อีกหนึ่งมิติสำคัญที่นายหน้าประกันวินาศภัยควรพิจารณาควบคู่กัน คือ “เบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อกรมธรรม์” ซึ่งสะท้อนขนาดและลักษณะของตลาดประกันวินาศภัยแต่ละประเภทได้อย่างชัดเจน การนำข้อมูลนี้มาวิเคราะห์ร่วมกับพฤติกรรม “ซื้อเท่าที่จำเป็น” จะช่วยให้นายหน้าประกันวินาศภัยออกแบบพอร์ตงาน คัดสรรผลิตภัณฑ์ และวางกลยุทธ์เข้าถึงลูกค้ารายย่อยได้อย่างตรงจุด
อ่านกลยุทธ์การเจาะลึกเพิ่มเติมได้ที่ บทความถอดรหัสเบี้ยประกันภัยเฉลี่ยต่อกรมธรรม์: คัมภีร์ลับนายหน้าประกันภัยยุค 2569 เพิ่มยอดขายด้วยพอร์ตงานรายย่อย
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “ซื้อประกันเท่าที่จำเป็น” และตลาดประกันวินาศภัยไทย ปี 2569
Q: ประกันภัยประเภทใดยังได้รับความสำคัญแม้เศรษฐกิจชะลอตัว?
A: ประกันภัยสุขภาพและประกันอุบัติเหตุยังคงได้รับความสำคัญ เนื่องจากช่วยรองรับความเสี่ยงจากค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน โดยมีเบี้ยประกันภัยรวม 27,373.40 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 41% ของกลุ่มประกันภัยนอนมอเตอร์ (Non-Motor) ตามข้อมูลในช่วงครึ่งแรกปี 2569
Q: ถ้างบประมาณจำกัด ควรเลือกซื้อประกันภัยอย่างไร?
A: ควรเริ่มจากประเมินว่าเหตุการณ์ใดอาจสร้างภาระทางการเงินสูงที่สุด เช่น อุบัติเหตุ ค่ารักษาพยาบาล ความเสียหายต่อรถ หรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน จากนั้นเลือกความคุ้มครองที่จำเป็นและวงเงินที่เหมาะสม โดยไม่ทำให้ค่าเบี้ยประกันกระทบค่าใช้จ่ายประจำหรือเงินสำรองฉุกเฉิน
Q: ช่องทางดิจิทัลมีผลต่อพฤติกรรมการซื้อประกันอย่างไร?
A: ช่องทางดิจิทัลช่วยให้ผู้บริโภคสามารถ เช็กเบี้ย เปรียบเทียบราคา และเลือกความคุ้มครอง ได้ง่ายขึ้น ทำให้การซื้อประกันมีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับงบประมาณมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สนับสนุนพฤติกรรม “ซื้อประกันเท่าที่จำเป็น”
อย่างไรก็ตาม ช่องทางดิจิทัลจำเป็นต้องอาศัยการศึกษาและทำความเข้าใจเงื่อนไขด้วยตนเองของผู้บริโภค ซึ่งต่างจากการซื้อผ่านนายหน้าประกันวินาศภัย ที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านประกันภัย คอยวิเคราะห์ความเสี่ยง เปรียบเทียบเงื่อนไขเชิงลึก และคัดสรรแผนความคุ้มครองที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลที่รอบด้านและตัดสินใจเลือกได้อย่างมั่นใจ
Q: บริษัทประกันวินาศภัยใดมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในครึ่งแรกของปี 2569?
A: วิริยะประกันภัย มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดที่ 14.76% ตามด้วย กรุงเทพประกันภัย 10.31% ทิพยประกันภัย 10.09% ชับบ์สามัคคีประกันภัย 8.40% และโตเกียวมารีนคุ้มภัย 7.19% (ข้อมูลสถิติจากบริษัท ไทยอินชัวรันส์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (TIRD))
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
1บริษัท ไทยอินชัวรันส์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (TIRD). (2569)
2บริษัท เดอะสแตนดาร์ด จำกัด. (2569). สรุป GDP อาเซียนครึ่งแรกปี 2569 ไทยโตรั้งท้าย เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 แหล่งที่มา
บทความโดย คุณอารียา ตันตสุรฤกษ์
ที่ปรึกษา บริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด
ทุกเรื่องประกันภัย สอบถามเรา
ติดต่อโดยตรงได้ที่ สาขาศรีกรุงโบรคเกอร์ ใกล้บ้านท่าน
หรือส่งข้อความทาง Line: @srikrung
ติดต่อผ่าน Facebook: facebook.com/srikrungbroker/
โทรคุยกับ Call Center: 02 867 3899
หรือกรอกข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
ศรีกรุงโบรคเกอร์ เราพร้อมให้บริการคุณ
- ซื้อประกันอย่างไรให้คุ้มค่า
- ซื้อประกันเท่าที่จำเป็น
- ตลาดประกันวินาศภัย 2569
- ตลาดประกันวินาศภัยไทย
- บทความประกันภัย
- บทความประกันวินาศภัย
- ประกันภัยรถยนต์
- ประกันวินาศภัย
- ประกันสุขภาพ
- พฤติกรรมผู้บริโภคประกันภัย
- ยอดขายประกันวินาศภัยล่าสุด
- สถิติประกันวินาศภัย 2569
- ส่วนแบ่งตลาดประกันวินาศภัย
- เลือกประกันให้เหมาะกับงบประมาณ
- เศรษฐกิจกับประกันภัย
- แนวโน้มประกันภัย 2569