เจาะลึก 10 อันดับบริษัทประกันวินาศภัย 2568: ถอดรหัสผู้นำตลาดและกลยุทธ์การครองใจผู้บริโภค
23 เมษายน 2026
2131
8
ภาพรวมอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยในปี 2568 สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาความเป็นผู้นำตลาดของบริษัทประกันวินาศภัยรายใหญ่ ควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอินชัวร์เทค (InsurTech) โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจและทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญซึ่งพิจารณาจาก 10 อันดับบริษัทประกันวินาศภัยที่มีเบี้ยประกันภัยมากที่สุดปี 2568 ดังนี้
1. ภาพรวมตลาดประกันวินาศภัย
ในภาพรวมการเติบโตของธุรกิจประกันวินาศภัยปี 2568 เมื่อพิจารณาจากเบี้ยประกันภัยรับรวมทุกประเภทความคุ้มครองของการจัดอันดับบริษัทประกันวินาศภัยที่มียอดขายมากที่สุดพบว่า บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ด้วยเบี้ยประกันภัยกว่า 42,923 ล้านบาท (คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 14.64) ตามมาด้วย บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในอันดับ 2 ที่มียอดเบี้ยประกันภัยกว่า 31,378 ล้านบาท (คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 10.71)
อย่างไรก็ตาม จุดที่สร้างความตื่นตัวให้กับวงการ คือการก้าวขึ้นสู่กลุ่มผู้นำในอันดับที่ 4 ของ บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งหากย้อนกลับไปในปี 2567 บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) เคยอยู่ในอันดับที่ 6 และ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) เคยอยู่ในอันดับที่ 10 ของธุรกิจประกันวินาศภัย
แต่ภายหลังจากที่ บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้เข้าซื้อกิจการของ บริษัท แอลเอ็มจี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2568 และดำเนินการควบรวมธุรกิจ ส่งผลให้มีการรวมพอร์ตเบี้ยประกันภัยเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มียอดเบี้ยประกันภัยรับรวมพุ่งสูงถึง 26,657 ล้านบาท (คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 9.09) กลายเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญที่ทำให้ บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ก้าวขึ้นมาเป็นตัวแปรสำคัญที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในตลาดประกันวินาศภัยปี 2569 นี้ โดยมีรายละเอียด 10 อันดับแรกที่มีเบี้ยประกันภัยมากที่สูงสุดดังนี้
10 อันดับบริษัทประกันวินาศภัย ที่มียอดขายสูงที่สุดในปี 2568
- บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน): 42,923 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 14.64%
- บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน): 31,378 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 10.71%
- บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน): 29,022 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 9.90%
- บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน): 26,657 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 9.09%
- บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 20,793 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 7.09%
- บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน): 19,432 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 6.63%
- บริษัท เออร์โกประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 11,758 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 4.01%
- บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน): 11,721 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 4.00%
- บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน): 10,323 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 3.52%
- บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน): 7,879 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 2.69%
เบี้ยประกันภัยของบริษัทประกันวินาศภัยรับรวมในปี 2568: 293,118 ล้านบาท
การที่บริษัทประกันภัยชั้นนำเหล่านี้สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดประกันวินาศภัยไว้ได้อย่างมั่นคง มาจากปัจจัยพื้นฐานสำคัญคือความแข็งแกร่งทางการเงินและชื่อเสียงที่ครองความไว้วางใจในใจผู้เอาประกันภัยมาหลายทศวรรษ โดย บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีความโดดเด่นอย่างมากในตลาดประกันภัยรถยนต์ (Motor Insurance) ซึ่งเป็นพอร์ตหลักและมีสัดส่วนใหญ่ที่สุดของตลาดประกันวินาศภัย ขณะที่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีความแข็งแกร่งในงานนอนมอเตอร์ (Non-Motor Insurance) ส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยในทุกกลุ่มลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นและเลือกใช้บริการจนนำไปสู่ความสำเร็จในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง
2. ตลาดประกันภัยรถยนต์ (Motor Insurance)
ตลาดประกันภัยรถยนต์ยังคงเป็นพอร์ตงานที่ใหญ่ที่สุดถึงร้อยละ 56 ของเบี้ยประกันภัยรับรวมทุกประเภทซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย โดยมี บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ครองความเป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งการตลาดประกันภัยรถยนต์รวมร้อยละ 22.97 ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ให้ครองความไว้วางใจจากผู้เอาประกันภัยมาหลายทศวรรษ คือ ความแข็งแกร่งของเครือข่ายงานบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ผสานกับประสิทธิภาพในการจัดการสินไหมที่รวดเร็วและเป็นธรรม จนได้รับรางวัลการันตีมาตรฐานการบริการดีเด่นระดับประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าได้อย่างสูงสุด1 โดยมีรายละเอียด 10 อันดับแรกที่มีเบี้ยประกันภัยรับรวมของการประกันภัยรถยนต์สูงสุดดังนี้
10 อันดับบริษัทประกันวินาศภัย ที่มียอดขายประกันภัยรถยนต์สูงที่สุดในปี 2568
- บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน): 37,654 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 22.97%
- บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 13,958 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 8.52%
- บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน): 13,202 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 8.05%
- บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน): 10,716 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 6.54%
- บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน): 10,712 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 6.54%
- บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน): 9,213 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 5.62%
- บริษัท เออร์โกประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 7,022 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 4.28%
- บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน): 7,004 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 4.27%
- บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน): 6,240 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 3.81%
- บริษัท ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย จำกัด (มหาชน): 5,947 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 3.63%
เบี้ยประกันภัยรถยนต์รับรวมในปี 2568: 163,906 ล้านบาท
วิเคราะห์เจาะลึกส่วนแบ่งการตลาดประกันภัยรถยนต์
ภาพรวมส่วนแบ่งการตลาดสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของบริษัทประกันภัยแต่ละรายอย่างชัดเจน โดยเมื่อพิจารณาแยกตามประเภทความคุ้มครอง สามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
(1) การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
ในส่วนความคุ้มครองภาคสมัครใจซึ่งมีเบี้ยประกันภัยรับรวมสูงถึง 143,244 ล้านบาท ผู้นำตลาดอันดับหนึ่งยังคงเป็น บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมีเบี้ยประกันภัยรับตรงสูงถึง 34,337 ล้านบาท หรือคิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 23.97 ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้เอาประกันภัยที่มีต่อระบบการจัดการสินไหมและงานบริการหลังการขาย อันเป็นปัจจัยหลักสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อประกันภัยประเภทนี้
10 อันดับบริษัทประกันวินาศภัย ที่มียอดขายประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจสูงที่สุดในปี 2568
- บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน): 34,337 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 23.97%
- บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 13,167 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 9.19%
- บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน): 12,715 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 8.88%
- บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน): 10,532 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 7.35%
- บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน): 10,346 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 7.22%
- บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน): 8,930 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 6.23%
- บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน): 6,500 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 4.54%
- บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน): 6,094 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 4.25%
- บริษัท ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย จำกัด (มหาชน): 5,703 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 3.98%
- บริษัท เออร์โกประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 4,589 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 3.20%
เบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจรับรวมในปี 2568: 143,243 ล้านบาท
(2) การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.)
สำหรับตลาด พ.ร.บ. ที่มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 20,662 ล้านบาท ผู้นำอันดับหนึ่ง คือ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ซึ่งทำหน้าที่เป็นบริษัทประกันภัยหลักในการรับประกันภัยรถจักรยานยนต์ทั่วประเทศ โดยมีจำนวนกรมธรรม์สูงถึง 16.59 ล้านฉบับ และมีเบี้ยประกันภัยรับตรงกว่า 5,405 ล้านบาท หรือคิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 26.16 ของตลาด พ.ร.บ. ทั้งหมด
10 อันดับบริษัทประกันวินาศภัย ที่มียอดขายประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับหรือ พ.ร.บ. สูงที่สุดในปี 2568
- บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด: 5,404 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 26.16%
- บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน): 3,316 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 16.05%
- บริษัท เออร์โกประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 2,433 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 11.78%
- บริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน): 1,655 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 8.01%
- บริษัท ไทยไพบูลย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน): 859 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 4.16%
- บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน): 842 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 4.08%
- บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 790 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 3.83%
- บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน): 603 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 2.92%
- บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน): 593 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 2.87%
- บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน): 503 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 2.44%
เบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับหรือ พ.ร.บ. รับรวมในปี 2568: 20,662 ล้านบาท
การเติบโตที่โดดเด่นของอินชัวร์เทคในตลาดประกันภัยรถยนต์
อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองคือการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญของกลุ่มอินชัวร์เทค (InsurTech) โดยเฉพาะ บริษัท รู้ใจ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อินชัวร์เวิร์ส ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่มีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับรวมสูงกว่าร้อยละ 150 ควบคู่ไปกับจำนวนกรมธรรม์ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดกว่าร้อยละ 170 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งความสำเร็จนี้สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะในกลุ่มประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภทอื่นที่ไม่ใช่ประเภท 1 (Non-type 1) ของบริษัท รู้ใจ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับของบริษัท อินชัวร์เวิร์ส ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือเป็นโมเดลธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีมาเสริมความคล่องตัว เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่มในยุคดิจิทัล
3. ตลาดประกันภัยนอนมอเตอร์ (Non-Motor Insurance)
10 อันดับบริษัทประกันวินาศภัย ที่มียอดขายประกันภัยกลุ่มนอนมอเตอร์สูงที่สุดในปี 2568
- บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน): 24,374 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 18.86%
- บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน): 17,444 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 13.50%
- บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน): 15,819 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 12.24%
- บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน): 8,720 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 6.75%
- บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน): 6,858 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 5.31%
- บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 6,834 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 5.29%
- บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน): 5,268 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 4.08%
- บริษัท เออร์โกประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 4,736 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 3.67%
- บริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ จำกัด สาขาประเทศไทย: 4,502 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 3.48%
- บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน): 3,301 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 2.56%
เบี้ยประกันภัยนอนมอเตอร์รับรวมในปี 2568: 129,212 ล้านบาท
ภาพรวมของตลาดประกันภัยนอนมอเตอร์ (Non-Motor Insurance)
สำหรับภาพรวมของตลาดประกันภัยนอนมอเตอร์ (Non-motor Insurance) ในปี 2568 มีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 129,212 ล้านบาท โดย บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ยังคงครองความเป็นผู้นำตลาดอย่างโดดเด่นด้วยส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 18.86 ตามมาด้วย บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่ร้อยละ 13.50 ซึ่งหากพิจารณาเจาะลึกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ย่อย จะพบความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่แตกต่างกันของบริษัทประกันภัยแต่ละรายดังนี้
1. กลุ่มการประกันภัยทรัพย์สิน (Non-Motor excl. A&H)
ซึ่งจำแนกออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้
(1) การประกันอัคคีภัย
บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ยังคงครองอันดับหนึ่งอย่างเหนียวแน่นด้วยเบี้ยประกันภัยรับตรงกว่า 2,842 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 24.92 จากความเชื่อมั่นในรากฐานความมั่นคงทางการเงิน และการเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับสถาบันการเงิน รวมถึงขีดความสามารถในการบริหารจัดการการประกันภัยต่อที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถรองรับงานได้ทั้งงานทรัพย์สินขนาดใหญ่และรายย่อยได้อย่างมั่นคง
10 อันดับบริษัทประกันวินาศภัย ที่มียอดขายประกันภัยการประกันอัคคีภัยสูงที่สุดในปี 2568
- บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน): 2,842 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 24.92%
- บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน): 1,422 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 12.47%
- บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน): 1,418 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 12.44%
- บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน): 870 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 7.63%
- บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน): 695 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 6.10%
- บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน): 534 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 4.68%
- บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน): 529 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 4.64%
- บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน): 399 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 3.51%
- บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน): 371 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 3.26%
- บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน): 317 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 2.79%
เบี้ยประกันภัยการประกันอัคคีภัยรับรวมในปี 2568: 11,405 ล้านบาท
(2) การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ครองตำแหน่งผู้นำด้วยเบี้ยประกันภัยรับตรงกว่า 1,062 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 16.43 จากความได้เปรียบด้านเครือข่ายตัวแทนจัดการสินไหมทั่วโลกที่รองรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศได้อย่างครบวงจร
10 อันดับบริษัทประกันวินาศภัย ที่มียอดขายประกันภัยการประกันภัยทางทะเลและขนส่งสูงที่สุดในปี 2568
- บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 1,062 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 16.43%
- บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน): 629 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 9.73%
- บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน): 626 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 9.69%
- บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน): 589 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 9.11%
- บริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ จำกัด สาขาประเทศไทย: 552 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 8.55%
- บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 512 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 7.92%
- บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน): 382 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 5.91%
- บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน): 327 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 5.07%
- บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน): 283 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 4.38%
- บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน): 272 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 4.21%
เบี้ยประกันภัยการประกันภัยทางทะเลและขนส่งรับรวมในปี 2568: 6,468 ล้านบาท
(3) ประเภทการประกันภัยเบ็ดเตล็ด
ผู้นำอันดับหนึ่ง คือ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมีเบี้ยประกันภัยรับตรงกว่า 13,472 ล้านบาท (คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 23.17) ด้วยความเชี่ยวชาญในการรับประกันภัยโครงสร้างพื้นฐานและโครงการขนาดใหญ่และการออกแบบกรมธรรม์ประกันภัยที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์เฉพาะทาง (Tailor-made) ของลูกค้าองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
10 อันดับบริษัทประกันวินาศภัย ที่มียอดขายประกันภัยการประกันภัยเบ็ดเตล็ดสูงที่สุดในปี 2568
- บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน): 13,472 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 23.17%
- บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน): 9,757 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 16.78%
- บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน): 3,763 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 6.47%
- บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 3,699 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 6.36%
- บริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ จำกัด สาขาประเทศไทย: 3,598 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 6.19%
- บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) : 3,588 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 6.17%
- บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน): 2,092 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 3.60%
- บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน): 1,796 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 3.09%
- บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน): 1,494 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 2.57%
- บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน): 1,464 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 2.52%
เบี้ยประกันภัยการประกันภัยเบ็ดเตล็ดรับรวมในปี 2568: 58,148 ล้านบาท
2. กลุ่มการประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ (กลุ่ม A&H)
ในส่วนของตลาดประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ ผู้นำที่ครองตำแหน่งอันดับหนึ่งอย่างโดดเด่นคือ บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมีเบี้ยประกันภัยรับตรงถึง 12,602 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 23.69 ความสำเร็จของชับบ์สามัคคีประกันภัยมาจากกลยุทธ์การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยผ่านทางโทรศัพท์ (Telesale) ที่มีความเชี่ยวชาญและประสิทธิภาพสูง ทำให้สามารถเข้าถึงและตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้ารายย่อยจำนวนมหาศาลได้อย่างทั่วถึง ประกอบกับมาตรฐานการจัดการสินไหมทดแทนระดับสากลที่เน้นความรวดเร็วและโปร่งใส ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้เอาประกันภัยได้อย่างยั่งยืน
10 อันดับบริษัทประกันวินาศภัย ที่มียอดขายประกันภัยการประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ (กลุ่ม A&H) สูงที่สุดในปี 2568
- บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน): 12,602 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 23.69%
- บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน): 7,433 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 13.97%
- บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน): 4,011 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 7.54%
- บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน): 3,742 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 7.04%
- บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน): 3,255 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 6.12%
- บริษัท เออร์โกประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 2,981 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 5.61%
- บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน): 2,565 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 4.82%
- บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน): 2,024 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 3.81%
- บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน): 1,950 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 3.67%
- บริษัท แปซิฟิค ครอส ประกันสุขภาพ จำกัด (มหาชน): 1,722 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 3.24%
เบี้ยประกันภัยการประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ (กลุ่ม A&H) รับรวมในปี 2568: 53,191 ล้านบาท
การรุกคืบของอินชัวร์เทคในตลาดประกันภัยนอนมอเตอร์
ไม่เพียงแต่ในตลาดประกันภัยรถยนต์เท่านั้น กลุ่มอินชัวร์เทค (InsurTech) ยังเริ่มมีบทบาทสำคัญในตลาดประกันภัยนอนมอเตอร์ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เน้นความสะดวกภายใต้แนวคิด “ซื้อง่าย-คุ้มครองทันที” ซึ่งสะท้อนผ่านกลยุทธ์ที่น่าจับตามองใน 2 ด้านหลัก ดังนี้
- ผลิตภัณฑ์ประกันภัยรายย่อยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
การนำเทคโนโลยีมาทำให้การเข้าถึงความคุ้มครองกลายเป็นเรื่องง่ายเพียงไม่กี่คลิก ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ที่ซื้อผ่านแอปพลิเคชันได้ทันที หรือประกันภัยการเดินทาง (TA) ที่ออกแบบมาให้คุ้มครองเฉพาะช่วงเวลาการเดินทางจริง ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วและเลือกความคุ้มครองที่สอดคล้องกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างแม่นยำ
- ความได้เปรียบด้านต้นทุนจากการเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัล
การปรับเปลี่ยนขั้นตอนเอกสารทั้งหมดสู่ระบบไร้กระดาษ (Paperless) และการออกกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Policy) ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทประกันภัยสามารถนำเสนอเบี้ยประกันภัยที่ดึงดูดใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ในขณะที่ยังคงให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่าย
บทสรุปสำหรับนายหน้ามืออาชีพ: ปรับตัวตามโลกดิจิทัล แต่ชนะด้วยหัวใจการบริการ
จากการวิเคราะห์ส่วนแบ่งการตลาดปี 2568 สะท้อนให้เห็นความจริงที่สำคัญว่า แม้บริษัทประกันวินาศภัย 10 อันดับแรกจะยังคงรักษาความเชื่อมั่นและความมั่นคงทางการเงินไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และกลุ่มอินชัวร์เทคกำลังรุกคืบด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่นี่คือโอกาสทองของนายหน้าประกันภัยมืออาชีพที่จะผสานจุดแข็งจากทั้งสองโลกเข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิดที่ว่า
“เทคโนโลยีอาจสร้างความสะดวกในการเข้าถึงการซื้อได้อย่างรวดเร็ว แต่การบริการด้วยหัวใจจะรักษาความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าไว้ได้อย่างยั่งยืน”
นายหน้าประกันภัยในยุคปัจจุบันต้องยกระดับบทบาทจาก “ผู้เสนอขาย” สู่การเป็น “ที่ปรึกษาด้านความเสี่ยง (Risk Consultant)” ที่นำความมั่นคงของบริษัทประกันภัยมาบวกกับการสื่อสารที่ฉับไวผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ และตบท้ายด้วยจุดแข็งที่เทคโนโลยีไม่สามารถเลียนแบบได้ นั่นคือ การส่งมอบความอบอุ่นและเคียงข้างด้วยความใส่ใจ ในทุกช่วงเวลาที่ลูกค้ามีความกังวลใจจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
การรักษามาตรฐานการบริการที่สัมผัสได้ถึงความจริงใจคืออาวุธลับที่จะเปลี่ยนจาก “ผู้ซื้อ” ให้กลายเป็น “คู่คิดที่ไว้วางใจ” และนั่นคือ “กุญแจสำคัญ” ที่จะทำให้นายหน้าประกันภัยเติบโตได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาดประกันวินาศภัยที่เกิดขึ้นในทุกปี
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
บริษัท ไทยอินชัวรันส์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (TIRD). (2568), 1บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด เรื่องวิริยะประกันภัย ครองอันดับ 1 2025-2026 Thailand’s Most Admired Company สะท้อน “ความเชื่อมั่น-ธรรมาภิบาล-บริการ” ที่ยืนหนึ่งตลาดประกันภัยไทยกว่า 78 ปี เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 แหล่งที่มา
บทความโดย คุณอารียา ตันตสุรฤกษ์
ที่ปรึกษา บริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด
ทุกเรื่องประกันภัย สอบถามเรา
ติดต่อโดยตรงได้ที่ สาขาศรีกรุงโบรคเกอร์ ใกล้บ้านท่าน
หรือส่งข้อความทาง Line: @srikrung
ติดต่อผ่าน Facebook: facebook.com/srikrungbroker/
โทรคุยกับ Call Center: 02 867 3899
หรือกรอกข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
ศรีกรุงโบรคเกอร์ เราพร้อมให้บริการคุณ
- 10 อันดับบริษัทประกันวินาศภัย
- ความเติบโตบริษัทประกัน
- ตลาดประกันภัยไทย
- บทความประกันภัย
- บริษัทประกันภัย
- บริษัทประกันภัยชั้นนำ
- บริษัทประกันภัยที่ดีที่สุด
- บริษัทประกันภัยอันดับ 1 ของไทย
- บริษัทประกันภัยในไทย
- บริษัทประกันภัยไหนใหญ่ที่สุดในไทย
- บริษัทประกันวินาศภัย
- ประกันวินาศภัย 2568
- วิเคราะห์ธุรกิจประกันภัย
- ส่วนแบ่งการตลาดประกันภัย
- อันดับบริษัทประกันภัย
- อันดับบริษัทประกันภัย 2568
- เปรียบเทียบบริษัทประกันภัย
- โครงสร้างตลาดประกันภัย