สถิติประกันวินาศภัยล่าสุด เปรียบเทียบปี 2567 – 2568 สะท้อนการเติบโตตลาดประกันภัยอย่างไร?
8 มีนาคม 2026
2466
9
ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในหน้ากรมธรรม์ประกันภัยอย่างชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เงื่อนไขประกันภัยที่ระบุรายละเอียดความคุ้มครองที่ซับซ้อนกว่าเดิม การเพิ่มเงื่อนไขค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) หรือแม้แต่การจำกัดวงเงินความคุ้มครองในบางส่วน รวมถึงเบี้ยประกันภัยในบางหมวด โดยเฉพาะภัยธรรมชาติที่ปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ความจริงแล้วภาพรวมตลาดประกันวินาศภัยไทยกำลังขยับไปในทิศทางไหนกันแน่?
เพื่อให้เห็นภาพทิศทางของตลาดประกันภัยที่ชัดเจนขึ้น บทความนี้จะพาไปเจาะลึกสถิติประกันวินาศภัยอัปเดตล่าสุด โดยเปรียบเทียบข้อมูลสถิติระหว่างปี พ.ศ. 2567 และปี พ.ศ. 2568 ทั้งในมิติของจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยที่สะท้อนถึงการตื่นตัวและความต้องการความคุ้มครองในวงกว้าง และมิติของยอดขายเบี้ยประกันภัยรวมที่สะท้อนถึงขนาดของมูลค่าความคุ้มครองที่หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ โดยจะแยกวิเคราะห์ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญอย่างงานมอเตอร์ (Motor Insurance) และงานนอนมอเตอร์ (Non-Motor Insurance) ซึ่งตัวเลขสถิติเหล่านี้กำลังทำหน้าที่เป็น “กระจกบานใหญ่” ที่บอกเล่าการเติบโตและพฤติกรรมการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยในบ้านเราได้อย่างน่าสนใจ
ภาพรวมสถิติประกันวินาศภัยในประเทศไทยระหว่างปี 2567 – 2568
เมื่อนำภาพรวมของตลาดมาพิสูจน์ด้วย “ข้อมูลจริง” ผ่านการเปรียบเทียบข้อมูลสถิติยอดขายประกันวินาศภัยรวม (Non-Life Insurance) ในปี 2567 ของ IPRB (สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย) และข้อมูลสถิติยอดขายประกันวินาศภัยรวมปี 2568 ของ TIRD (บริษัท ไทยอินชัวรันส์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด) ซึ่งเกิดจากการควบรวมกิจการครั้งสำคัญระหว่างสององค์กรหลัก ได้แก่ บริษัท ไทยอินชัวเรอส์ดาต้าเนท จำกัด (TID) และ สำนักงานกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัย (IPRB) นั้นกำลังบอกเล่าทิศทางที่สำคัญดังนี้
มิติของจำนวนกรมธรรม์ประกันภัย
- จำนวนกรมธรรม์ประกันภัย ปี 2567 อยู่ที่ 66.40 ล้านฉบับ
- จำนวนกรมธรรม์ประกันภัย ปี 2568 อยู่ที่ 70.35 ล้านฉบับ
กรมธรรม์ประกันภัยเพิ่มขึ้นประมาณ 3.94 ล้านฉบับ หรือเติบโตประมาณ 5.95% สะท้อนให้เห็นถึงการที่ประชาชนมองเห็นความสำคัญของการมีหลักประกันความคุ้มครองที่ขยายตัวกว้างขึ้น
มิติของมูลค่าเบี้ยประกันภัยรวม
- ปี 2567 มีมูลค่าเบี้ยประกันภัยรวม 286,458 ล้านบาท
- ปี 2568 มีมูลค่าเบี้ยประกันภัยรวม 293,118 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นประมาณ 6,660 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.33% จากปี 2567 การเติบโตของเบี้ยประกันภัยในระดับนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของภาคประชาชนและภาคธุรกิจที่มีต่อการจัดการความเสี่ยงผ่านระบบประกันวินาศภัย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพและการขับเคลื่อนมวลรวมทางเศรษฐกิจของประเทศให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น
ตัวเลขดังกล่าวของข้อมูลภาพรวมสถิติประกันวินาศภัยในประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ. 2567 ถึง พ.ศ. 2568 ข้างต้น ได้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพทั้งในด้านจำนวนกรมธรรม์และมูลค่าเบี้ยประกันภัยรวม ซึ่งสะท้อนว่าตลาดประกันภัยนั้นยังคงมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความผันผวนทางเศรษฐกิจในบางช่วง ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้ มาจากการสอดประสานกันของหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวม การเพิ่มขึ้นของปริมาณการจดทะเบียนรถใหม่ และที่สำคัญที่สุดคือ การยกระดับความตระหนักด้านการบริหารความเสี่ยงของประชาชนที่มีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าประกันวินาศภัยได้กลายมาเป็น ‘รากแก้วแห่งความมั่นคงของคนไทย‘ ที่ช่วยให้คนไทยรับมือกับความผันผวนของโลกยุคใหม่ได้อย่างมั่นใจ
ตารางเปรียบเทียบสถิติประกันวินาศภัยระหว่างปี 2567 – 2568
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ตารางต่อไปนี้คือข้อมูลสรุปตัวเลขสำคัญที่แสดงจำนวนยอดขายประกันวินาศภัย โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ด้วยกัน คือ ยอดขายกลุ่มประกันภัยมอเตอร์ (Motor Insurance) และยอดขายกลุ่มประกันภัยนอนมอเตอร์ (Non-Motor Insurance) ดังนี้
ตารางสถิติประกันวินาศภัยเปรียบเทียบยอดขายกลุ่มประกันภัยมอเตอร์ (Motor Insurance) ระหว่างปี 2567 – 2568
ข้อมูลตัวเลขแสดงผลรวมยอดขายกรมธรรม์และมูลค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ประเภทภาคสมัครใจ (Motor Voluntary) และประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับหรือ พ.ร.บ. รถยนต์ (Motor Compulsory)
ยอดขายกลุ่มประกันภัยมอเตอร์ (Motor Insurance) ระหว่างปี 2567 – 2568
เมื่อวิเคราะห์เจาะลึกลงไปในกลุ่มนี้ พบสัญญาณความเคลื่อนไหวที่ตอกย้ำความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมใน 2 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
- แรงขับเคลื่อนจากการขยายตัวของปริมาณยานพาหนะ ภาพรวมการเติบโตของทั้งประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจและประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ. รถยนต์) มีจำนวนกรมธรรม์เพิ่มขึ้นในปี 2568 มากกว่าปี 2567 คิดเป็น 2.83% ตัวเลขนี้ไม่ได้เพียงแค่แสดงถึงปริมาณรถยนต์ใหม่ที่เข้าสู่ท้องถนนมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความตื่นตัวของเจ้าของรถในการให้ความสำคัญกับการทำประกันภัย
- ความเชื่อมั่นในความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจยังสำคัญ เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่า จำนวนกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ. รถยนต์) ขยับตัวสูงมากขึ้นเกือบ 38 ล้านฉบับในปี 2568 แต่ในขณะเดียวกัน มูลค่าเม็ดเงินเบี้ยประกันภัยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจกลับพุ่งสูงตามไปมากกว่า 1.4 แสนล้านบาท ปรากฏการณ์นี้เป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญว่าผู้เอาประกันภัยส่วนใหญ่ไม่ได้มองเพียงแค่การปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังคงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมจากประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ เพื่อเป็นกลไกสร้างความมั่นคงและลดภาระทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน
ตารางสถิติประกันวินาศภัยเปรียบเทียบยอดขายกลุ่มประกันภัยนอนมอเตอร์ (Non-Motor Insurance) ระหว่างปี 2567 – 2568
ข้อมูลตัวเลขแสดงผลรวมยอดขายกรมธรรม์และมูลค่าเบี้ยประกันภัยกลุ่มนอนมอเตอร์นี้ ประกอบไปด้วย ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance), ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง (Marine and Cargo Insurance) และประกันภัยเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous Insurance) ซึ่งรวมไปถึงประกันภัยอุบัติเหตุและประกันสุขภาพ (Accident and Health Insurance) จัดอยู่ในกลุ่มของประกันภัยเบ็ดเตล็ดด้วย
ยอดขายกลุ่มประกันภัยนอนมอเตอร์ (Non-Motor Insurance) ระหว่างปี 2567 – 2568
- การขยายตัวของประกันภัยเบ็ดเตล็ดอาจเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก: ประกันภัยเบ็ดเตล็ดนั้นครอบคลุมประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันสุขภาพ ประกันเดินทาง และประกันประเภทอื่น ๆ ยังคงครองสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มประกันภัยนอนมอเตอร์ และยอดขายทิ้งห่างหมวดอื่นอย่างชัดเจน ทั้งในมิติของจำนวนกรมธรรม์ (เพิ่มขึ้นกว่า 2.3 ล้านฉบับในปี 2568) และมิติของมูลค่าเบี้ยประกันภัย (เพิ่มขึ้นประมาณ 3,556 ล้านบาท) ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพชัดเจนว่าคนไทยยุคใหม่นี้หันมาให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการค่ารักษาพยาบาลและความเสี่ยงด้านสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตื่นตัว โครงการร่วมจ่าย Copayment ซึ่งเริ่มในเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ผลักดันให้ยอดขายกรมธรรม์ประกันสุขภาพเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ภาคธุรกิจตื่นตัวกับการปกป้องทรัพย์สิน: ข้อมูลสถิติบ่งชี้ถึงความตื่นตัวของภาคธุรกิจอย่างชัดเจน ผ่านการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ กรมธรรม์ประกันอัคคีภัย มีจำนวนกรมธรรม์สูงถึง 2.9 ล้านฉบับ (หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 3.07% จากปี 2567) สอดรับกับการขยายตัวของการลงทุนด้านก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นอาคารที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ และโรงงานอุตสาหกรรม และด้านเครื่องจักรเครื่องมือ ในหมวดเครื่องจักรอุตสาหกรรมที่ขยายตัวประกอบกับหมวดยานยนต์เร่งขึ้น ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนและประกันภัยทางทะเลและขนส่ง มีจำนวนกรมธรรม์อยู่ที่ 2.3 ล้านฉบับ (หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 6.61% จากปี 2567) มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของระบบโลจิสติกส์โดยเฉพาะการขนส่งทางบก ที่ผู้ประกอบการต่างให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเพื่อปกป้องมูลค่าสินค้าและทรัพย์สินระหว่างการขนส่ง และบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทสรุปแนวโน้มตลาดประกันวินาศภัยไทย (สถิติระหว่างปี 2567 – 2568)
จากสถิติธุรกิจประกันวินาศภัยในช่วงปี 2567 – 2568 สะท้อนให้เห็นว่าตลาดประกันภัยไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเบี้ยประกันภัยในบางประเภทอาจมีการปรับตัวตามภาวะตลาดและปัจจัยทางเศรษฐกิจ แต่ภาพรวมของอุตสาหกรรมยังคงขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ
โดยจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยเพิ่มขึ้นกว่า 3.94 ล้านฉบับ หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 5.9% ขณะที่มูลค่าเบี้ยประกันภัยรวมเพิ่มขึ้นกว่า 6,660 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 2.33% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ตัวเลขสถิติประกันวินาศภัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจมีความตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงมากขึ้นในหลายมิติ ส่งผลให้การทำประกันภัยยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางการเงิน
แนวโน้มนี้ยังยืนยันถึง ความเชื่อมั่นต่อธุรกิจประกันวินาศภัยของประเทศไทย ที่ยังคงแข็งแกร่ง และมีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัวและความต้องการบริหารความเสี่ยงของภาคธุรกิจและประชาชนเพิ่มสูงขึ้นในอนาคตไปพร้อมกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป
ถ้าคุณชื่นชอบบทความเกี่ยวกับแวดวงประกันภัย สามารถอ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม จากศรีกรุงโบรคเกอร์ได้เลย
หรือหากคุณเองก็อยากที่จะวางแผนแนวทางการขายและทำการตลาดเพื่อสร้างรายได้ให้เติบโต ก็สามารถเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกันภัยและรับการอบรมต่าง ๆ กับ เจ้าหน้าที่ศรีกรุงโบรคเกอร์ ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ เรามีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมบริการให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำอย่างเป็นกันเอง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
สำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย (IPRB). (2567). Insurance Industry Flash Report Full Year 2024 (Information Source from Insurance Companies), บริษัท ไทยอินชัวรันส์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (TIRD). (2568). Overview Non-Life Insurance (data as at Dec 2025), บริษัท ไทยอินชัวรันส์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (TIRD). (ม.ป.ป.). เกี่ยวกับเรา
ทุกเรื่องประกันภัย สอบถามเรา
ติดต่อโดยตรงได้ที่ สาขาศรีกรุงโบรคเกอร์ ใกล้บ้านท่าน
หรือส่งข้อความทาง Line: @srikrung
ติดต่อผ่าน Facebook: facebook.com/srikrungbroker/
โทรคุยกับ Call Center: 02 867 3899
หรือกรอกข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
ศรีกรุงโบรคเกอร์ เราพร้อมให้บริการคุณ
- การเติบโตธุรกิจประกันภัย
- ข้อมูลประกันวินาศภัยไทย
- ความเชื่อมั่นตลาดประกันภัย
- จำนวนกรมธรรม์ประกันภัย
- ตลาดประกันวินาศภัยไทย
- ทำไมคนไทยทำประกันภัยมากขึ้น
- บทความประกันภัย
- ประกันภัยกับเศรษฐกิจไทย
- ประกันภัยนอนมอเตอร์
- ประกันภัยมอเตอร์
- ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
- ประกันภัยรถยนต์ในไทยเติบโตหรือไม่
- ประกันวินาศภัยไทยโตแค่ไหน
- พฤติกรรมผู้ซื้อประกันภัย
- ยอดขายประกันวินาศภัย
- วิเคราะห์ตลาดประกันภัยไทย
- สถิติประกันวินาศภัยปี 2567
- สถิติประกันวินาศภัยปี 2568
- สถิติประกันวินาศภัยล่าสุด
- สถิติประกันวินาศภัยไทยล่าสุดเป็นอย่างไร
- สถิติเบี้ยประกันภัยรถยนต์
- อุตสาหกรรมประกันภัยไทย
- เบี้ยประกันภัยรวม
- เปรียบเทียบประกันวินาศภัย 2567 2568
- แนวโน้มตลาดประกันภัยไทยในอนาคตเป็นอย่างไร
- แนวโน้มประกันวินาศภัยไทย