คู่มือเคลมประกันอัคคีภัย / ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน สำหรับ “ภัยน้ำท่วม”
28 พฤศจิกายน 2025
535
0
จากเหตุการณ์น้ำท่วมล่าสุดในประเทศไทยอาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อที่อยู่อาศัย อาคาร และทรัพย์สิน การทราบขั้นตอนและหลักเกณฑ์ในการเคลมประกันอัคคีภัย หรือประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน กรณีภัยน้ำท่วมอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผู้เอาประกันและนายหน้าประกันภัยดำเนินการเคลมได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย / ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ว่ามีความคุ้มครองจากภัยน้ำท่วมแล้วหรือไม่
ก่อนดำเนินการเคลมประกัน ผู้เอาประกันต้องตรวจสอบก่อนว่ามีความคุ้มครอง “ภัยน้ำท่วม” หรือไม่ เนื่องจากกรมธรรม์ประกันภัยประเภทดังกล่าวมีขอบเขตความคุ้มครองแตกต่างกัน ดังนี้
1.1 กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) จะให้ความคุ้มครองเฉพาะในส่วนของตัวอาคาร โดยวงเงินน้ำท่วมที่รวมกับภัยธรรมชาติ (น้ำท่วม,แผ่นดินไหว,ลูกเห็บ,ลมพายุ) รวมกันแล้วไม่เกิน 10,000 บาท
1.2 กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งกรมธรรม์จะมีทั้งที่มีและไม่มีความคุ้มครองจากภัยน้ำท่วม ส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะมีความคุ้มครองแบ่งออกเป็น
- วงเงินน้ำท่วมที่รวมอยู่ในภัยธรรมชาติรวมกันไม่เกิน 20,000 บาท
- กรณีซื้อทุนประกัน “ภัยน้ำท่วม” เพิ่มที่มากกว่า 20,000 บาท
1.3 กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยมาตราฐาน สำหรับธุรกิจ (หรือสถานประกอบการ) เช็กว่ามีซื้อภัยน้ำท่วมเพิ่มเติมหรือไม่ หรือกรมธรรม์บางแพ็คเกจมีขยายความคุ้มครองภัยน้ำท่วมไว้ให้แล้ว
1.4 กรมธรรม์ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR), กรมธรรม์ประกันภัยการปฎิบัติงานตามสัญญาการก่อสร้าง (CAR or CWI), กรมธรรม์ประกันเครื่องมือ เครื่องจักรของผู้รับเหมา (CPM) เป็นกรมธรรม์แบบ All risk ซึ่งจะมีความคุ้มครองจากภัยน้ำท่วมอยู่แล้ว แต่จะต้องเช็กในกรมธรรม์ด้วยว่ามีวงเงินจำกัดความคุ้มครองจากภัยน้ำท่วมและความรับผิดส่วนแรกกำหนดเอาไว้ที่เท่าไหร่
ขั้นตอนที่ 2 สำรวจความเสียหาย และรวมรวมหลักฐาน เพื่อเตรียมเคลมประกันอัคคีภัยหรือประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน สำหรับภัยน้ำท่วม
เมื่อเกิดภัยน้ำท่วมควรดำเนินการตามขั้นตอนก่อนการแจ้งเคลมประกันอัคคีภัย / ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ดังนี้
2.1 สำรวจความเสียหาย
- หลังน้ำท่วมสำรวจทรัพย์สินที่เสียหาย ไม่ควรรีบซ่อมหรือเคลื่อนย้าย ให้ถ่ายรูปภาพหรือวีดีโอ ทั้งภายในและภายนอกอาคาร รวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
- จดบันทึกรายละเอียดเหตุการณ์ วันเวลา สถานที่ และทรัพย์สินที่เสียหายไว้ทั้งหมด
- เก็บรวบรวมค่าทำความสะอาดหลังจากน้ำท่วม
- ให้ช่างประเมินราคาในการซ่อมให้แยกทรัพย์สินออกแต่ละรายการ เช่น
- สำหรับบ้านอยู่อาศัย ทรัพย์สินได้แก่ ตัวอาคาร เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า
- สำหรับสถานประกอบการ ทรัพย์สินได้แก่ ตัวอาคาร , เฟอร์นิเจอร์ , สต๊อกสินค้า และเครื่องจักร
2.2 รวบรวมเอกสาร
- เก็บรวบรวมเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการเคลมประกัน เช่น
- รายการทรัพย์สินที่เสียหาย,ใบเสนอราคาค่าซ่อม/ใบเสร็จค่าซ่อม
- หนังสือเรียกร้องความเสียหาย (แบบฟอร์มของบริษัทประกันภัย)
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้เอาประกันภัย
- สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งทรัพย์สิน
- สำเนากรมธรรม์
- สำเนาสมุดบัญชีธนาคารของผู้เอาประกันภัย
- เอกสารอื่น ๆ ที่บริษัทประกันภัยร้องขอ
ขั้นตอนที่ 3 แจ้งเคลมกับบริษัทประกันภัย
หลังน้ำท่วมควรแจ้งเคลมประกันอัคคีภัย / ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน โดยดำเนินการดังนี้
3.1 รีบแจ้งบริษัทประกันภัย เพื่อทำการแจ้งเคลมประกันหลังจากน้ำท่วมทันที
3.2 ส่งเอกสารหลักฐานประกอบการเคลมประกันอัคคีภัย / ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินที่ได้รวบรวมเข้าไปที่บริษัทประกันภัย และเก็บสำเนาเอกสารประกัยภัยไว้ 1 ชุด
ขั้นตอนที่ 4 ขั้นตอนการพิจารณาการเคลมประกัน กรณีภัยน้ำท่วม และรับสินไหม
กระบวนการพิจารณาสินไหมภายหลังการแจ้งเคลมประกันอัคคีภัย / ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินจากเหตุการณ์น้ำท่วม จะดำเนินการเป็นขั้นตอน ดังนี้
- บริษัทประกันภัยพิจารณาค่าสินไหมทดแทนจากเอกสารที่ผู้เอาประกันภัยรวบรวมส่งเข้าไปยังบริษัทประกันภัย ในกรณีที่มีความเสียหายมูลค่าสูง บริษัทประกันภัยอาจจะส่งเจ้าหน้าสำรวจภัยลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความเสียหายจากภัยน้ำท่วม
- แจ้งผลการพิจารณาการเคลมประกันให้ทราบภายใน 7-15 วันทำการ (นับจากวันที่เอกสารครบ) หากเป็นมหันตภัยใหญ่อาจจะใช้เวลามากกว่าปกติ
- เมื่อบริษัทประกันภัยพิจารณาเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งผลการพิจารณาการเคลมประกัน และส่งหนังสือตกลงรับค่าสินไหมให้กับผู้เอาประกันภัย (หนังสือสัญญาประนีประนอมยอมรับค่าสินไหมทดแทน)
- ผู้เอาประกันภัยตกลงลงนามในเอกสารรับค่าสินไหม และส่งกลับไปให้บริษัทประกันภัย
- บริษัทประกันภัยดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายในไม่เกิน 15 วันทำการ
ตัวอย่างเอกสารต่าง ๆ และการถ่ายรูปภาพประกอบการเคลมประกันอัคคีภัย / ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วม
ตัวอย่างการถ่ายรูปภาพประกอบการเคลม
ประกันอัคคีภัย / ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินที่เกี่ยวกับน้ำท่วม
ตัวอย่างการกรอกแบบฟอร์มเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
ตัวอย่างหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมรับค่าสินไหมทดแทน
สรุป
การเคลมประกันอัคคีภัยและประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินกรณีน้ำท่วมสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น หากผู้เอาประกันและนายหน้าประกันภัยปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ตั้งแต่การตรวจสอบความคุ้มครอง การรวบรวมเอกสาร การแจ้งเคลมทันทีหลังเกิดเหตุ ไปจนถึงการสำรวจความเสียหาย ขั้นตอนที่ถูกต้องจะช่วยให้ได้รับค่าสินไหมทดแทนครบถ้วน รวดเร็ว และเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย อีกทั้งหากท่านเป็นนายหน้าประกันภัยจะสามารถดูแลลูกค้าได้อย่างดีมีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น
เมื่อต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม
หากยังไม่แน่ใจว่ากรมธรรม์ประกันอัคคีภัย / ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินของลูกค้ามีความคุ้มครองจากน้ำท่วมหรือไม่ หรือต้องการสอบถามเรื่องเอกสาร รวมถึงขั้นตอนการเคลมประกันอัคคีภัย / ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ Non-Motor ของศรีกรุงโบรคเกอร์ ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ คลิกเพื่อดูช่องทางการติดต่อเจ้าหน้าที่
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน). (มปป.) ตัวอย่างเอกสาร หนังสือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน, บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน). (2568). ตัวอย่างหนังสือ แจ้งผลการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน
บทความโดย คุณอฐิตา เอี่ยมสอาด
ผู้จัดการ บริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด
- IAR ประกันภัย
- การประเมินค่าสินไหมทดแทน
- ขั้นตอนเคลมภัยน้ำท่วม
- ความคุ้มครองประกันอัคคีภัย
- ความเสียหายจากน้ำท่วม
- คุ้มครองภัยน้ำท่วม
- คู่มือเคลมประกัน
- ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน
- ประกันภัยบ้านและทรัพย์สิน
- ประกันภัยไมโครอินชัวรันส์
- ประกันอัคคีภัยบ้าน
- วงเงินภัยธรรมชาติ
- หลักฐานเคลมประกันอัคคีภัย
- เคลมประกันทรัพย์สิน
- เคลมประกันอัคคีภัย
- เคลมสินไหมน้ำท่วม
- เอกสารเคลมประกันอัคคีภัย