การเปลี่ยนแนวทางบริหารความเสี่ยงของประเทศ จากการใช้งบเยียวยาหลังเกิดเหตุภัยพิบัติไปสู่การถ่ายโอนความเสี่ยงผ่านระบบประกันภัย
ภัยธรรมชาติเป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด และเมื่อเกิดเหตุขึ้น ความเสียหายย่อมกระทบต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึง งบประมาณของภาครัฐในการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย
ล่าสุด คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ โครงการ “ระบบประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน” พร้อมอนุมัติงบประมาณรวม 15,500 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ เริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 โดยความร่วมมือ ระหว่างกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สำนักงาน คปภ. และสมาคมประกันวินาศภัยไทย
Key Takeaway
- โครงการมีเป้าหมายครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570
- คุ้มครองเฉพาะที่อยู่อาศัยครอบคลุมน้ำท่วม วาตภัย และแผ่นดินไหว วงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน
- กรณีเสียชีวิตจากน้ำท่วม วาตภัย หรือแผ่นดินไหว มีวงเงินความคุ้มครอง 2,000,000 บาทต่อคน สำหรับบุคคลสัญชาติไทยที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
ประกันภัยพิบัติคุ้มครองภัยอะไรบ้าง?
ระบบประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนในโครงการนี้ครอบคลุมภัยธรรมชาติ 3 ประเภทหลัก ได้แก่ อุทกภัย (น้ำท่วม) วาตภัย (พายุ รวมถึงฟ้าผ่า) และแผ่นดินไหว โดยแบ่งความคุ้มครองออกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้
ส่วนที่ 1. ความคุ้มครองที่อยู่อาศัย

1.1. อุทกภัย – น้ำท่วม (รวมถึง อุทกภัยอันเกิดจากลมพายุ น้ำป่า และโคลนถล่ม)
คุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน โดยแบ่งเป็น
- ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้ง
- ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมสูงสุด 90,000 บาทต่อครั้ง
1.2. วาตภัย – พายุ รวมถึงฟ้าผ่า
คุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน แบ่งเป็น
- ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาทต่อครั้ง
- ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมสูงสุด 95,000 บาท
1.3. แผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดหรือคลื่นใต้น้ำหรือสึนามิ
คุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน แบ่งเป็น
- ค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาทต่อครั้ง
- ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมสูงสุด 95,000 บาท
ในกรณีที่ที่อยู่อาศัยถูกน้ำล้อมในพื้นที่ ที่ผู้มีอำนาจของรัฐประกาศภัยพิบัติจนส่งผลกระทบให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกินกว่า 7 วันขึ้นไป ผู้รับประกันภัยจะจ่ายค่าชดเชย จำนวน 10,000 บาท ต่อครั้ง ต่อหลังคาเรือน
ส่วนที่ 2. ความคุ้มครองชีวิต

- กรณีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดจากภัยพิบัติ (น้ำท่วม วาตภัย หรือแผ่นดินไหว) กำหนดวงเงินความคุ้มครอง 2,000,000 บาทต่อคน ตามเงื่อนใขกรมธรรม์ โดยจ่ายให้แก่ทายาทโดยธรรม
- ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุที่เกิดจากภัยพิบัติ จ่ายผลประโยชน์ 200,000 บาทต่อคน
โครงการ “ระบบประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน” มีเป้าหมายครอบคลุมที่อยู่อาศัยของประชาชนประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน โดยอ้างอิงจำนวนบ้านจากข้อมูลสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 ดังนั้น หากมองในภาพรวม นี่ไม่ใช่เพียงโครงการประกันภัยสำหรับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นการนำระบบประกันภัยมาเป็นส่วนหนึ่งของกลไกบริหารความเสี่ยงภัยพิบัติในระดับประเทศ
แล้วใครเป็นผู้เอาประกันภัย?
โครงสร้างของโครงการ “ระบบประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน” มีความแตกต่างจากการที่ประชาชนเดินเข้าไปซื้อประกันภัยบ้านด้วยตนเองทั่วไป
ผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัย คือ หน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล
ส่วน ผู้รับประกันภัย คือ บริษัทประกันวินาศภัยที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกตามมาตรฐานความมั่นคง น่าเชื่อถือ และมีความเป็นธรรม โดยสำนักงานคปภ. และสมาคมประกันวินาศภัยไทยเป็นผู้คัดเลือก เพื่อให้มั่นใจว่ามีศักยภาพในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว
รายชื่อบริษัทประกันภัยที่รับประกันภัยในโครงการประกันภัยพิบัตเพื่อประชาชน
- บริษัท กรุงเทพประกันภัย จํากัด (มหาชน)
- บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จํากัด (มหาชน)
- บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน)
- บริษัท ทิพยประกันภัย จํากัด (มหาชน)
- บริษัท ไทยไพบูลย์ประกันภัย จํากัด (มหาชน)
- บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จํากัด (มหาชน)
- บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จํากัด (มหาชน)
- บริษัท เมืองไทยประกันภัย จํากัด (มหาชน)
- บริษัท วิริยะประกันภัย จํากัด (มหาชน)
- บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน)
- บริษัท ไอแคร์ ประกันภัย จํากัด (มหาชน)
สำหรับผู้เอาประกันภัย
- กรณีที่อยู่อาศัย
เจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านที่เป็นที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนราษฎร
ผู้ครอบครองที่พักอาศัยซึ่งไม่เป็นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนราษฎร แต่ได้รับการรับรองตามหลักเกณฑ์ว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีผู้อาศัยอยู่จริงเป็นประจำจากผู้มีอำนาจตามกฎหมาย - กรณีการเสียชีวิต บุคคลสัญชาติไทยที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
สิ่งที่ “นายหน้าประกันภัย” ควรทำความเข้าใจ
สำหรับคนทำงานประกันภัย ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงแค่การจดจำว่า เมื่อเกิดภัยพิบัติแล้ว ประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนทุกกรณี แต่นายหน้าประกันภัยควรเข้าใจและอธิบายให้ลูกค้าเห็นว่า โครงการนี้เป็นระบบประกันภัยพิบัติระดับประเทศที่ภาครัฐจัดให้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยมีขอบเขตภัยและวงเงินความคุ้มครองที่ชัดเจน และให้ความคุ้มครองเฉพาะที่อยู่อาศัยเท่านั้น
ดังนั้น นายหน้าประกันภัยที่ดีจึงไม่ควรสื่อสารกับลูกค้าว่า “มีประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนแล้ว ไม่ต้องซื้อประกันภัยบ้านเพิ่มเติม” เพราะความคุ้มครองอาจไม่ครอบคลุมความเสียหายทั้งหมดของบ้าน อาคาร เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และทรัพย์สินภายในบ้าน อีกทั้งบ้านยังมีความเสี่ยงจากภัยอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือความคุ้มครองของโครงการ เช่น ไฟไหม้ ลูกเห็บ ภัยจากยวดยานพาหนะ ภัยจากอากาศยาน หรือภัยเนื่องจากน้ำ เป็นต้น
ทั้งนี้ การจ่ายค่าสินไหมทดแทนสำหรับที่อยู่อาศัยจะแบ่งออกเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นก่อน จากนั้นจึงพิจารณาค่าสินไหมทดแทนในส่วนที่เหลือตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและเงื่อนไขที่กำหนด
นอกจากความคุ้มครองด้านทรัพย์สินแล้ว โครงการนี้ยังให้ความคุ้มครองใน กรณีประชาชนคนไทยเสียชีวิตจากภัยพิบัติ เฉพาะภัยจากน้ำท่วม วาตภัย หรือแผ่นดินไหวเท่านั้น ด้วยวงเงินคุ้มครอง 2,000,000 บาทต่อคน
นายหน้าประกันภัยจึงควรอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจอย่างชัดเจนว่า คุ้มครองอะไร คุ้มครองแค่ไหน และยังมีความเสี่ยงใดที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองเพิ่มเติมได้อย่างเหมาะสม และได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
(FAQ) คำถามที่พบบ่อย
Q: ประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนเริ่มให้ความคุ้มครองเมื่อใด?
A: ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570
Q: ประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนคุ้มครองภัยธรรมชาติอะไรบ้าง?
A: คุ้มครองอุทกภัยหรือน้ำท่วม วาตภัยหรือพายุรวมถึงฟ้าผ่า และแผ่นดินไหว โดยความคุ้มครองที่อยู่อาศัยในกลุ่มแผ่นดินไหวยังระบุถึงภูเขาไฟระเบิด คลื่นใต้น้ำ และสึนามิ
Q: หากบ้านเสียหายจากน้ำท่วม ประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนคุ้มครองสูงสุดเท่าไร?
A: สูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน แบ่งเป็นค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาท และค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมสูงสุด 90,000 บาท
Q: ประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนมีค่าชดเชยกรณีภัยน้ำล้อมเท่าไร?
A: ค่าชดเชยสำหรับผู้อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำล้อม 10,000 บาทต่อครั้ง
Q: หากบ้านเสียหายจากวาตภัยหรือแผ่นดินไหว ประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนคุ้มครองสูงสุดเท่าไร?
A: สูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน แบ่งเป็นค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท และค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมสูงสุด 95,000 บาท
Q: ประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากภัยพิบัติเท่าไร?
A: วงเงิน 2,000,000 บาทต่อคน กรณีเสียชีวิตจากน้ำท่วม วาตภัย หรือแผ่นดินไหว สำหรับบุคคลสัญชาติไทยที่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
1. บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน). (2569). กางกรมธรรม์ ประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน น้ำท่วม-แผ่นดินไหว-ภูเขาไฟระเบิด ได้เท่าไหร่
2. สมาคมประกันวินาศภัยไทย. (2569). สมาคมประกันวินาศภัยไทย ขานรับมติ ครม. เดินหน้า “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ชูระบบประกันภัยเป็นกลไกบริหารความเสี่ยงประเทศ ภาคธุรกิจประกันวินาศภัยพร้อมผนึกกำลังร่วมกับภาครัฐ ดูแลประชาชนกว่า 30 ล้านหลังคาเรือน
บทความโดย คุณกนกลดา ยอดผะกา
ผู้จัดการฝ่ายรับประกัน
บริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด
ทุกเรื่องประกันภัย สอบถามเรา
ติดต่อโดยตรงได้ที่ สาขาศรีกรุงโบรคเกอร์ ใกล้บ้านท่าน
หรือส่งข้อความทาง Line: @srikrung
ติดต่อผ่าน Facebook: facebook.com/srikrungbroker/
โทรคุยกับ Call Center: 02 867 3899
หรือกรอกข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
ศรีกรุงโบรคเกอร์ เราพร้อมให้บริการคุณ


























