หนุ่มจัดฉากขับรถตกน้ำ หวังเงินประกัน

แนวทางการจัดการสินไหมรถยนต์: ทางเลือกและการเปรียบเทียบระหว่าง Partial Loss และ Total Loss

พ.ร.บ. รถราชการ คืออะไร? กฎหมายและระเบียบที่ควรรู้ในงานประกันภัย

รถติดไฟแนนซ์การเคลมแบบ Total Loss ต้องทำอย่างไร? (กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 1)

รายละเอียด ตัวอย่างมูลค่า ผลการพิจารณา
ทุนประกันภัย 1,000,000 บาท -
ราคารถยนต์ขณะเกิดความเสียหาย 900,000 บาท -
เกณฑ์ 70% 630,000 บาท -
ค่าซ่อมที่ประเมินจริง 850,000 บาท สูงกว่า 70%
(850,000 มากกว่า 630,000)
ถือเป็น Total Loss
สิ่งที่บริษัทประกันภัยจ่าย 1,000,000 บาท บริษัทประกันภัยจ่ายเต็มทุนประกันให้ผู้เอาประกันภัย
ผลที่ตามมา เจ้าของรถต้องโอนกรรมสิทธิ์ซากรถให้บริษัทประกันภัย กรมธรรม์สิ้นสุดลง
รายละเอียด ตัวอย่างมูลค่า ผลการพิจารณา
ทุนประกันภัย 1,000,000 บาท -
ราคารถยนต์ขณะเกิดความเสียหาย 900,000 บาท -
เกณฑ์ 70% 630,000 บาท -
ค่าซ่อมที่ประเมินจริง 500,000 บาท ต่ำกว่า 70%
(500,000 น้อยกว่า 630,000)
ไม่ถือเป็น Total Loss
สิ่งที่บริษัทประกันภัยจ่าย 500,000 บาท บริษัทประกันภัยจ่ายค่าซ่อมตามจริง ให้แก่ศูนย์ซ่อม/อู่ซ่อมที่ตกลงกัน
ผลที่ตามมา รถยนต์ถูกนำไปซ่อมแซม
ให้อยู่ในสภาพเดิม
ความคุ้มครองตามกรมธรรม์
ยังคงมีผลอยู่
รายละเอียด ตัวอย่างมูลค่า ผลการพิจารณา
ทุนประกันภัย 1,000,000 บาท -
ราคารถยนต์ขณะเกิดความเสียหาย 900,000 บาท -
เกณฑ์ 70% 630,000 บาท -
ค่าซ่อมที่ประเมินจริง 850,000 บาท สูงกว่า 70%
(850,000 มากกว่า 630,000)
ถือเป็น Total Loss
ยอดหนี้คงค้างกับไฟแนนซ์ 500,000 บาท ผู้เอาประกันภัยผ่อนอยู่กับไฟแนนซ์
บริษัทประกันภัยจ่าย 500,000 บาท ให้กับไฟแนนซ์
บริษัทประกันภัยจ่าย 500,000 บาท ให้กับผู้เอาประกันภัย
ผลที่ตามมา ไฟแนนซ์ต้องโอนกรรมสิทธิ์ซากรถให้บริษัทประกันภัย กรมธรรม์สิ้นสุดลง
รายละเอียด ตัวอย่างมูลค่า ผลการพิจารณา
ทุนประกันภัย 1,000,000 บาท -
ราคารถยนต์ขณะเกิดความเสียหาย 900,000 บาท -
เกณฑ์ 70% 630,000 บาท -
ค่าซ่อมที่ประเมินจริง 850,000 บาท สูงกว่า 70%
(850,000 มากกว่า 630,000)
ถือเป็น Total Loss
ยอดหนี้คงค้างกับไฟแนนซ์ 1,200,000 บาท ผู้เอาประกันภัยผ่อนกับไฟแนนซ์
มียอดรวมดอกเบี้ย
บริษัทประกันภัยจ่าย 1,000,000 บาท ให้กับไฟแนนซ์
ผู้เอาประกันภัยจ่ายส่วนต่าง 200,000 บาท ให้กับไฟแนนซ์ เพื่อปิดหนี้ให้ครบถ้วน
ผลที่ตามมา ไฟแนนซ์ต้องโอนกรรมสิทธิ์ซากรถให้บริษัทประกันภัย กรมธรรม์สิ้นสุดลง
รายการ รายละเอียด จำนวนเงิน (บาท)
ราคาซื้อรถยนต์ - 1,250,000 บาท
เงินดาวน์ 20% - 250,000 บาท
ยอดจัดไฟแนนซ์ (เงินต้น) - 1,000,000 บาท
ดอกเบี้ยต่อปี 5.50% 55,000 บาท
ดอกเบี้ยรวม 5 ปี 275,000 บาท
ยอดรวมที่ต้องจ่ายทั้งหมด - 1,275,000 บาท

คำถามยอดฮิต! “ขับรถยนต์เหยียบตะปูยางแตก” ประกันภัยคุ้มครองไหม?

ประเภท
ประกันภัยรถยนต์
ลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ
(ขับรถตกหลุม, เบียดฟุตบาท) ไม่ใช่ยางเสื่อม ขับรถเหยียบตะปูยางแตก เป็นสาเหตุให้รถยนต์ตกข้างทาง ขับรถเหยียบตะปูยางแตก เป็นสาเหตุให้รถยนต์ไปชนกับรถยนต์คู่กรณีจนเกิดความเสียหาย
ประเภท 1
รถยนต์ผู้เอาประกันและรถยนต์คู่กรณี
ประเภท 2
รถยนต์คู่กรณีเท่านั้น
(รถยนต์ผู้เอาประกันไม่คุ้มครอง)
ประเภท 3
รถยนต์คู่กรณีเท่านั้น
(รถยนต์ผู้เอาประกันไม่คุ้มครอง)
ประเภท 5
สองพลัส (2+)

รถยนต์ผู้เอาประกันและรถยนต์คู่กรณี
(ต้องเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น)
ประเภท 5
สามพลัส (3+)

รถยนต์ผู้เอาประกันและรถยนต์คู่กรณี
(ต้องเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น)

ค่ารถยก รถลาก ประกันรถยนต์จ่ายไหม? สรุปเงื่อนไขแบบเข้าใจง่ายก่อนเรียกใช้บริการ

สถานการณ์ ประกันรถยนต์จ่ายค่ารถยก/รถลากจูงไหม?
อุบัติเหตุ มีคู่กรณี จ่าย
(ตามเงื่อนไขกรมธรรม์) ต้องระบุคู่กรณีได้
อุบัติเหตุ เป็นฝ่ายผิด จ่าย
ถ้าเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1/สองพลัส (2+), สามพลัส (3+) เฉพาะมีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก
รถยนต์เสีย, แบตหมด ไม่จ่าย
(เว้นแต่มี Roadside Assistance) ดูเงื่อนไขในกรมธรรม์

อย่าปล่อยให้ภาษีขาด! ผลกระทบและค่าปรับที่คนใช้รถจักรยานยนต์ต้องรู้

ระยะเวลาขาดต่อภาษี ค่าปรับที่ต้องชำระ (เงินเพิ่ม) ตัวอย่างการคำนวณ
ล่าช้า/ขาดต่อ ร้อยละ 1 (1%) ต่อเดือนของจำนวนภาษีที่ต้องชำระ ฐานภาษี: 100 บาท/ปี ค่าปรับ/เดือน
ขาดต่อ 1 ปี 12 เดือน ค่าปรับรวม 1 บาท คูณ 12 เดือน
เท่ากับ 12 บาท
ขาดต่อ 2 ปี 24 เดือน ค่าปรับรวม 1 บาท คูณ 24 เดือน
เท่ากับ 24 บาท
ขาดต่อ 3 ปี 36 เดือน ค่าปรับรวม 1 บาท คูณ 36 เดือน
เท่ากับ 36 บาท

เกณฑ์พิจารณาประกันภัย “รถหรู” และ “ซูเปอร์คาร์” คู่มือสำหรับนักขายประกันภัยมืออาชีพ

หัวข้อเปรียบเทียบ รถหรู (Luxury Car) ซูเปอร์คาร์ (Super Car)
จุดเด่น เน้นความหรูหรา ความสบาย งานประกอบ วัสดุพรีเมียม เทคโนโลยีความปลอดภัย/อำนวยความสะดวก เน้นสมรรถนะสูงสุด การขับขี่เร้าใจ น้ำหนักเบา แพลตฟอร์ม/แอโรไดนามิกเพื่อความเร็ว
ช่วงราคา เริ่มต้นที่ 1.5 - 5 ล้านบาทขึ้นไป มีทั้งผลิตในประเทศและนำเข้า (CBU) เริ่มต้นที่ 5 ล้านบาทขึ้นไป (เป็นเกณฑ์ของรถ High-Sum/Super Car)
ตัวอย่างยี่ห้อ/รุ่น Rolls-Royce, Bentley, Mercedes-Benz S/Maybach, BMW 7 Series, Lexus LS, Porsche (รุ่นหรู) Lamborghini, Ferrari, McLaren, Porsche (รุ่นสมรรถนะสูง), Bugatti ฯลฯ
สมรรถนะ/กำลังเครื่องยนต์ มีกำลังสูง แต่อาจไม่เท่าซูเปอร์คาร์ (เน้นความหรูหรา/ฟีเจอร์) สูงมาก (มักกำหนดที่ 250 แรงม้าขึ้นไป และ/หรือ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 5 วินาที หรือน้อยกว่า)
ประเภทรถ รถยนต์นั่งขนาดใหญ่ (Sedan), SUV ระดับพรีเมียม (4 ประตู) รถสปอร์ตสมรรถนะสูง (High-Performance), มักมีจำนวนประตูน้อยกว่า 4 ประตู (2 ประตู)
ความเสี่ยงต่อ
บริษัทประกันภัย
สูงกว่ารถทั่วไป เนื่องจากมูลค่ารถสูงกว่า และค่าซ่อมบำรุงแพง สูงมาก เนื่องจากสมรรถนะสูง ความเร็วสูง และมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้มากกว่า
ค่าซ่อม/อะไหล่ สูง (ใช้อะไหล่แท้, ศูนย์ซ่อมเฉพาะทาง) สูงมาก (อะไหล่เฉพาะรุ่น, หายาก, ต้องใช้ช่างเทคนิคเฉพาะทาง)
อู่ซ่อม อู่มาตรฐานระดับพรีเมียม/ศูนย์เฉพาะทาง อู่เฉพาะทางซูเปอร์คาร์/ศูนย์แบรนด์ ใช้อะไหล่แท้ มาตรฐานสูง
ที่มาของรถ รับประกันจากผู้นำเข้าอิสระหรือดีลเลอร์ทั่วไปได้ เข้มงวดสูง เน้นรับประกันภัยจากบริษัทนำเข้ารถ หรือดีลเลอร์ที่ได้รับการยอมรับ และตรวจสอบได้เท่านั้น
เกณฑ์พิจารณาหลัก รถหรู (Luxury Car) ซูเปอร์คาร์ (Super Car)
ข้อมูลเช็กเบี้ย 1. สำเนาเล่มรถ
2. หน้าตารางกรมธรรม์เดิม
1. สำเนาเล่มรถ (เพิ่มเติมหน้า 18)
2. หน้าตารางกรมธรรม์เดิม
3. สำเนาบัตรประชาชนผู้เอาประกัน/พาสปอร์ต
4. เอกสาร High Sum
5. เอกสารสำแดงศุลกากรกรณียังไม่จดทะเบียน
6. สถานที่ซื้อรถ
ข้อมูลผู้ขับขี่ ประวัติการขับขี่ ,อายุของผู้ขับขี่,ประสบการณ์การขับรถ ต้องมีอายุ 30 ปีขึ้นไป และประวัติขับขี่ดีมาก
Deductible
(ค่าเสียหายส่วนแรก)
มีทั้ง 2 รูปแบบ คือ แบบมี และแบบไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก ขึ้นอยู่กับมาตรฐานของแผนประกัน หรือผู้ซื้อสามารถเลือกได้ อาจมีการกำหนดค่าเสียหายส่วนแรกที่สูงเป็นพิเศษ อัตรานี้อาจสูงถึงหลักหมื่นหรือหลักแสนบาท ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มั่นใจในการขับขี่และต้องการประหยัดค่าเบี้ยประกันรายปี
สรุปความแตกต่าง
ในการเช็กเบี้ย
แม้เบี้ยจะแพงกว่ารถทั่วไป แต่การคำนวณเบี้ยยังคงอิงกับปัจจัยหลัก ๆ เหมือนรถตลาดทั่วไป คือ มูลค่ารถ, รุ่นรถ, ประวัติดี, และอายุผู้ขับขี่ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูงสุด เบี้ยประกันจึงสูงกว่ารถทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด และมีข้อกำหนดเฉพาะเพิ่มเติม เช่น ต้องระบุสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ชัดเจน, ผู้ขับขี่ต้องมีประสบการณ์สูง, และที่มาของรถต้องน่าเชื่อถือ

เมาแล้วขับประกันรถยนต์คุ้มครองไหม? โทษทางกฎหมายและเงื่อนไขประกันภัยรถยนต์ที่หลายคนยังไม่รู้

ความคุ้มครองกรณี “เมาแล้วขับ” ความรับผิดชอบ เรียกคืน
1. ความเสียหายต่อบุคคลภายนอก คุ้มครอง เรียกคืน
1.1 ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย
1.2 ความเสียหายต่อทรัพย์สิน
2. ความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย ไม่คุ้มครอง
3. ความคุ้มครองตามเอกสารแนบท้าย คุ้มครอง ไม่เรียกคืน

รู้ไว้ก่อนติดตั้ง! อุปกรณ์ตกแต่งแต่ละแบบส่งผลต่อการเคลมประกันรถยังไง?

รายการความคุ้มครอง ตัวอย่าง ผลต่อความคุ้มครองประกันภัย ต้องแจ้งบริษัทประกันภัยหรือไม่?
1. มาตรฐานโรงงาน (Factory Standard)

คุ้มครองในทุนประกันรถยนต์อยู่แล้ว เพราะถือเป็นมาตรฐานรถ ไม่ต้องแจ้ง
2. จากศูนย์บริการ (Dealer/Center Accessories)



คุ้มครอง
แต่เพื่อความชัดเจนควรระบุในกรมธรรม์
ควรแจ้งให้บันทึกในตารางกรมธรรม์
3. อุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากศูนย์ (Aftermarket/Third-party Accessories) เครื่องเสียง, ท่อไอเสีย, กันชนแต่ง, ไฟ LED





คุ้มครอง ก็ต่อเมื่อแจ้งบริษัทประกัน และระบุไว้ หากไม่แจ้ง → เสี่ยงเคลมไม่ได้ ต้องแจ้งเสมอ

ระหว่างรอถ่ายรูปรถ ประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองแบบไหนบ้าง ?

รู้หรือไม่? “รถตู้” นั่งตรงไหนก็อุ่นใจ ถ้ามีประกันภัยรถยนต์คุ้มครอง