บริหารหอพักยุคใหม่ เจ้าของหอพักต้องทำประกันอะไรบ้าง?
9 กรกฎาคม 2026
86
0
ในปัจจุบัน ธุรกิจหอพักเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ความนิยม ไม่ว่าจะเป็นหอพักนักศึกษา หอพักพนักงาน หรืออพาร์ทเม้นท์ให้เช่ารายเดือน หลายคนมองว่าเป็นเสือนอนกินมีรายรับเข้ามาประจำทุกเดือน มักตั้งอยู่ใกล้แหล่งสถานศึกษา แหล่งสถานที่ทำงาน หรือพื้นที่ใกล้เคียงกับแนวรถไฟฟ้าและระบบขนส่งมวลชน เบื้องหลังรายได้ที่มั่นคงยังมีความเสี่ยงอีกหลายด้านที่เจ้าของหอพักต้องรับผิดชอบทั้งอาคาร ทรัพย์สินส่วนกลาง ผู้พักอาศัย และสิ่งที่เจ้าของหอพักจะมองข้ามไม่ได้เลย คือ “ข้อกฎหมายและความปลอดภัย” โดยเฉพาะพระราชบัญญัติหอพัก (พ.ร.บ. หอพัก) และเรื่องของประกันภัย
Key Takeaways
- พ.ร.บ. หอพัก พ.ศ. 2558 กำหนดให้เจ้าของหอพักมีหน้าที่ต้องทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้พักอาศัย
- ประกันภัยคุ้มครองผู้พักในหอพัก ให้ความคุ้มครองที่มุ่งเน้นดูแลผู้เช่าโดยตรง ครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาล การชดเชยกรณีเสียชีวิต และความเสียหายต่อทรัพย์สินส่วนตัวของผู้พักจากอุบัติเหตุหรือไฟไหม้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
- ประกันอัคคีภัยหรือประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินทุกชนิด จะคุ้มครองความเสียหายต่อโครงสร้างอาคาร ระบบสาธารณูปโภค เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อันเนื่องมาจากภัยตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ และสามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมเพื่อชดเชยการสูญเสียรายได้ค่าเช่าระหว่างปิดซ่อมแซมได้
- ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เป็นประกันภัยที่เข้ามาช่วยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น ผู้เช่าเดินลื่นล้มเพราะพื้นเปียก ลิฟต์ตกแล้วมีคนบาดเจ็บ หรือป้ายชื่อหอพักหล่นทับรถยนต์ที่จอดอยู่ เป็นต้น
กฎหมาย พ.ร.บ. หอพัก พ.ศ. 2558 กับการทำประกันภัย
ตาม พ.ร.บ. หอพัก พ.ศ. 2558 กฎหมายที่ควบคุมกำกับดูแลและคุ้มครองผู้พักอาศัย โดยบังคับใช้กับสถานที่พักที่มีการเรียกเก็บค่าเช่าและมีผู้เข้าพักตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ซึ่งผู้พักต้องเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาอายุไม่เกิน 25 ปี และกำลังศึกษาอยู่ในระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรี สิ่งที่กฎหมายเน้นย้ำมากที่สุด คือ หน้าที่และความรับผิดชอบของเจ้าของหอพักในการดูแลความปลอดภัยและสุขลักษณะของผู้พักอาศัย
พ.ร.บ. หอพัก พ.ศ. 2558 มาตรา 57 กำหนดให้ “ผู้ประกอบการหอพักต้องจัดให้มีการประกันเพื่อคุ้มครองชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้พัก”
ประกอบกับ พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร และกฎกระทรวงต่าง ๆ ที่บังคับให้โครงสร้างอาคารพักอาศัยรวมต้องมีระบบป้องกันอัคคีภัย (เช่น ถังดับเพลิง ไฟสำรอง สัญญาณเตือนภัย บันไดหนีไฟ) ที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา
3 ประกันภัยที่คนทำธุรกิจหอพัก “ต้องทำ” (มีอะไรบ้าง? คุ้มครองใคร?)
การทำประกันภัยสำหรับธุรกิจหอพักและอพาร์ทเม้นท์ โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามลักษณะความคุ้มครอง ดังนี้
1. ประกันภัยคุ้มครองผู้พักในหอพัก (ประกันภัยตาม พ.ร.บ. หอพัก พ.ศ. 2558)
ประกันภัยคุ้มครองผู้พักในหอพักตาม พ.ร.บ. หอพัก พ.ศ. 2558 คือ ประกันภัยที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เจ้าของหอพักที่จดทะเบียนหอพักตามกฎหมายโดยเน้นให้ความคุ้มครองไปที่ “ตัวผู้พักอาศัย” เป็นหลักเมื่อเกิดอุบัติเหตุเกิดไฟไหม้หรือระเบิด หรือผู้พักอาศัยถูกฆาตกรรม ถูกทำร้ายร่างกาย โดยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในสถานที่เอาประกันภัย คุ้มครองดังนี้
- กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง คุ้มครอง 100,000 บาทต่อคน
- ค่ารักษาพยาบาล จ่ายตามจริงแต่ไม่เกินวงเงิน เช่น 10,000 บาทต่อคน
- คุ้มครองทรัพย์สินส่วนตัวของผู้พักอาศัยเสียหายจากไฟไหม้หรือระเบิด ไม่เกิน 10,000
แผนประกันภัยคุ้มครองผู้พักในหอพัก ตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก
2. ประกันอัคคีภัย หรือเสี่ยงภัยทรัพย์สินทุกชนิด
สำหรับธุรกิจหอพักควรทำประกันอัคคีภัยหรือเสี่ยงภัยทรัพย์สินทุกชนิดเพื่อคุ้มครองตัวอาคารและทรัพย์สินของเจ้าของหอพัก
- คุ้มครองอะไรบ้าง? คุ้มครองความเสียหายต่อโครงสร้างอาคาร ระบบสาธารณูปโภค เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นของหอพัก อันเนื่องมาจาก ไฟไหม้ ฟ้าผ่า การระเบิด ภัยจากยานพาหนะ หรือภัยเนื่องจากน้ำ (เช่น ท่อน้ำแตกฯ)
- ทางเลือกเพิ่มเติม ควรซื้อความคุ้มครอง “การสูญเสียรายได้ค่าเช่า” เพิ่มเติม เพื่อให้บริษัทประกันภัยจ่ายเงินชดเชยค่าเช่าให้เราในระหว่างที่ตึกกำลังปิดซ่อมแซมจากไฟไหม้หรือภัยที่คุ้มครอง
3. ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Public Liability Insurance)
เป็นประกันที่เจ้าของหอพักมักมองข้าม แต่จริง ๆ แล้วสำคัญมาก! ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกจะเข้ามาช่วยคุ้มครองความรับผิดตามกฎหมายที่เจ้าของหอพักอาจจะต้องชดใช้ เช่น
- อุบัติเหตุทั่วไปในพื้นที่หอพัก เช่น ผู้เช่าหรือแขกที่มาหา เดินลื่นล้มเพราะพื้นเปียกที่ทางเดิน ลิฟต์ค้างหรือลิฟต์ตกแล้วมีคนบาดเจ็บ โครงสร้างตึกหรือป้ายชื่อหอพักหล่นทับรถยนต์ของผู้เช่าที่จอดอยู่
- ความรับผิดชอบเนื่องจากอัคคีภัย หากไฟไหม้เริ่มจากหอพักของเราแล้วลามไปไหม้บ้านข้าง ๆ ประกันตัวนี้จะช่วยจ่ายค่าเสียหายให้เพื่อนบ้านแทนเจ้าของหอพัก
ประกันสำหรับคนทำธุรกิจหอพักทั้ง 3 ประเภทมีหน้าที่แตกต่างกัน การมีประกันภัยเพียงประเภทใดประเภทหนึ่งอาจไม่เพียงพอต่อความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงในการดำเนินธุรกิจหอพัก
สรุป
ธุรกิจหอพักไม่ได้มีเพียงการบริหารห้องเช่า แต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของผู้พักอาศัย รวมถึงภาระความรับผิดทางกฎหมายของเจ้าของกิจการ การปฏิบัติตาม พ.ร.บ. หอพัก อย่างถูกต้อง ควบคู่กับการวางแผนประกันภัยที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินและสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจหอพักในระยะยาว เพราะสิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่การไม่มีประกัน แต่คือการคิดว่ามีความคุ้มครองเพียงพอแล้ว ทั้งที่ยังมีช่องว่างความเสี่ยงที่อาจมองไม่เห็น การตรวจสอบและวางแผนความคุ้มครองให้เหมาะสมกับธุรกิจหอพักตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการบริหารธุรกิจหอพักอย่างมืออาชีพ
หากคุณกำลังมองหาประกันภัยสำหรับหอพักหรืออพาร์ทเม้นท์ ไม่ว่าจะเป็นประกันภัยตาม พ.ร.บ. หอพัก ประกันอัคคีภัยและทรัพย์สิน หรือประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก หรือหากมีข้อสงสัยอื่น ๆ สามารถติดต่อ เจ้าหน้าที่ Non-Motor ภาคพิเศษ หรือติดต่อ เจ้าหน้าที่ Non-Motor และนายหน้าศรีกรุงโบรคเกอร์ได้ทั่วประเทศ เรายินดีให้คำปรึกษาและช่วยวางแผนความคุ้มครองให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการทำประกันภัยสำหรับหอพักและอพาร์ทเม้นท์
Q: ทำธุรกิจหอพัก อพาร์ทเม้นท์ เจ้าของกิจการจำเป็นต้องทำประกันอะไรบ้าง?
A: เพื่อลดความเสี่ยงทางการเงิน เจ้าของหอพักควรทำประกัน 3 ประเภท ได้แก่
1. ประกันภัยคุ้มครองผู้พักในหอพัก ซึ่งเป็นการรทำประกันภัยตาม พ.ร.บ. หอพัก พ.ศ. 2558
2. ประกันอัคคีภัยหรือเสี่ยงภัยทรัพย์สิน เพื่อคุ้มครองโครงสร้างตึกและทรัพย์สินส่วนกลาง
3. ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เพื่อคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุกับผู้เช่าหรือบุคคลอื่นในพื้นที่บริเวณหอพัก
Q: ไม่ได้จดทะเบียนเป็นหอพักเป็นเพียงห้องเช่าหรืออพาร์ทเม้นท์ทั่วไปสามารถทำประกันได้ไหม?
A: สามารถทำได้ และควรทำอย่างยิ่ง โดยเจ้าของห้องเช่าสามารถทำประกันอัคคีภัยและประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุหรือเหตุไม่คาดฝันได้
Q: ประกันภัยตาม พ.ร.บ. หอพัก เบี้ยประกันราคาเริ่มต้นประมาณเท่าไหร่ แพงไหม?
A: เบี้ยประกันสำหรับธุรกิจหอพักและอพาร์ทเม้นท์ไม่ได้แพงอย่างที่คิด โดยจะขึ้นอยู่กับขนาดของอาคารและประเภทประกัน หากเป็นประกันภัยคุ้มครองผู้พักตาม พ.ร.บ. หอพัก พ.ศ. 2558 เบี้ยประกันเริ่มต้นเพียงหลักสิบถึงหลักร้อยบาทต่อคนเท่านั้น ส่วนประกันอัคคีภัยจะคำนวณตามพื้นที่ใช้งาน ทุนประกันภัย และลักษณะของอาคาร
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คณะกรรมการประกันภัยเบ็ดเตล็ด สมาคมประกันวินาศภัยไทย. (ม.ป.ป.). การประกันภัยคุ้มครองผู้พักในหอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก, กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย. (2558) พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. 2558
บทความโดย คุณศิริมาส มากมี (จีฟ)
Non – Motor Specialist ภาคเหนือ
บริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด
ทุกเรื่องประกันภัย สอบถามเรา
ติดต่อโดยตรงได้ที่ สาขาศรีกรุงโบรคเกอร์ ใกล้บ้านท่าน
หรือส่งข้อความทาง Line: @srikrung
ติดต่อผ่าน Facebook: facebook.com/srikrungbroker/
โทรคุยกับ Call Center: 02 867 3899
หรือกรอกข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
ศรีกรุงโบรคเกอร์ เราพร้อมให้บริการคุณ
- Public Liability Insurance
- กฎหมายหอพัก
- ความเสี่ยงธุรกิจหอพัก
- ทำธุรกิจหอพักควรมีประกันอะไร
- ธุรกิจหอพัก
- บทความประกันภัย
- ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
- ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกคืออะไร
- ประกันทรัพย์สินหอพัก
- ประกันผู้พักอาศัย
- ประกันภัยตาม พ.ร.บ. หอพัก
- ประกันภัยตาม พ.ร.บ. หอพักคืออะไร
- ประกันภัยสำหรับเจ้าของหอพัก
- ประกันภัยหอพัก
- ประกันห้องเช่า
- ประกันหอพัก
- ประกันหอพักคุ้มครองอะไรบ้าง
- ประกันอะพาร์ตเมนต์
- ประกันอัคคีภัยหอพัก
- ประกันอัคคีภัยหอพักจำเป็นไหม
- ประกันอาคาร
- ประกันไฟไหม้หอพัก
- พ.ร.บ. หอพัก 2558
- หอพักต้องทำประกันไหม
- อะพาร์ตเมนต์ต้องทำประกันอะไร
- เจ้าของหอพักต้องทำประกันอะไรบ้าง