ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
ประกันภัยมารีนและขนส่ง คุ้มครองตัวสินค้าครอบคลุมทุกเส้นทางทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ สำหรับผู้ประกอบการนำเข้า – ส่งออก

ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง (Marine Cargo Insurance) คืออะไร?

การขนส่งสินค้าเป็นขั้นตอนสำคัญของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการนำเข้า การส่งออก หรือการขนส่งภายในประเทศ แต่ทุกการขนส่งล้วนมีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเส้นทาง เช่น อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ ความผิดพลาดในการขนถ่ายสินค้า หรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด ซึ่งอาจส่งผลให้สินค้าเสียหาย สูญหาย หรือส่งมอบล่าช้า และกระทบต่อธุรกิจโดยตรง
ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง (Marine Cargo Insurance) หรือที่เรียกกันว่า “ประกันภัยมารีนขนส่ง” จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยง โดยช่วยคุ้มครองความสูญหายหรือความเสียหายของสินค้าระหว่างการขนส่งจากต้นทางถึงปลายทาง
ช่วยให้ธุรกิจสามารถ
- ลดความเสี่ยงทางการเงินจากเหตุไม่คาดคิด
- เพิ่มความมั่นใจในการขนส่งสินค้า
- สร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้า
- บริหารต้นทุนความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประกันภัยทางทะเลและขนส่งคุ้มครองอะไรบ้าง
ความคุ้มครองของ ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง (Marine Cargo Insurance) จะแตกต่างกันตามเงื่อนไขกรมธรรม์ แต่โดยทั่วไปจะครอบคลุมความเสียหายหรือการสูญหายของสินค้าที่เกิดจากเหตุสำคัญ ดังนี้
1. ภัยทางทะเล (Perils of the Sea)
คุ้มครองความเสียหายจากเหตุการณ์ทางทะเลที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เช่น พายุ มรสุม คลื่นลมแรง เรือจม เรือเกยตื้น หรือเรือชนกัน
2. อัคคีภัยและการระเบิด (Fire & Explosion)
คุ้มครองความเสียหายจากไฟไหม้หรือการระเบิดระหว่างการขนส่ง แต่จะยกเว้นความเสียหายที่เกิดจากสภาพความเสื่อมของสินค้าเอง (Inherent Vice) และการเจตนาทำลายโดยผู้เอาประกันภัย
3. การทิ้งสินค้าเพื่อรักษาเรือ (Jettison)
คุ้มครองกรณีต้องโยนสินค้าบางส่วนลงทะเลเพื่อรักษาความปลอดภัยของเรือและสินค้าที่เหลือ
4. การโจรกรรม (Theft / Pilferage)
คุ้มครองการสูญหายหรือเสียหายจากการโจรกรรมระหว่างการขนส่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์ เช่น การงัดแงะหรือการใช้กำลัง
5. การกระทำโดยทุจริตของลูกเรือ (Barratry)
คุ้มครองความเสียหายจากการกระทำโดยทุจริตของกัปตันหรือลูกเรือ เช่น การลักลอบขโมยสินค้า หรือทำให้สินค้าเสียหายโดยเจตนา โดยต้องเป็นเหตุที่เจ้าของสินค้าไม่รู้เห็นหรือไม่ยินยอม
6. ความเสียหายร่วมทางทะเล (General Average)
General Average (GA) คือหลักการทางกฎหมายทางทะเลที่กำหนดว่า หากเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างการเดินเรือ และต้องมีการ “สละทรัพย์สินหรือค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาทั้งระบบการขนส่ง” เช่น การโยนสินค้า การจ้างเรือลากจูง หรือการขนถ่ายสินค้าในภาวะฉุกเฉิน ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องร่วมกันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามสัดส่วนมูลค่าทรัพย์สิน หากมีประกันภัยขนส่งสินค้า บริษัทประกันจะเข้ามารับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
ประกันภัยทางทะเลและขนส่งเหมาะกับใคร
Marine Cargo Insurance เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีการขนส่งสินค้าในทุกประเภท โดยเฉพาะ
- ผู้นำเข้า – ส่งออกสินค้า
- โรงงานอุตสาหกรรม
- ธุรกิจโลจิสติกส์
- ธุรกิจ E-commerce
- ผู้รับเหมาก่อสร้าง
- ธุรกิจที่มีสินค้ามูลค่าสูงหรือสินค้าเฉพาะทาง
แม้ผู้ขนส่งจะมีความรับผิดตามกฎหมาย แต่ส่วนใหญ่มักมี “ข้อจำกัดความรับผิด” ทำให้เจ้าของสินค้ายังมีความเสี่ยงอยู่ การทำประกันจึงช่วยปิดช่องว่างความเสี่ยงได้
ข้อมูลและเอกสารที่ใช้ในการทำประกันภัยขนส่งสินค้า
ข้อมูลที่ควรเตรียม
- ประเภทสินค้า มูลค่า และรายละเอียดสินค้า
- เส้นทางการขนส่ง (ต้นทาง – ปลายทาง)
- รูปแบบการขนส่ง (เรือ / รถ / เครื่องบิน หรือการขนส่งหลายรูปแบบ)
- รูปแบบกรมธรรม์ (รายเที่ยว / open policy)
- Incoterms (FOB, CIF, EXW ฯลฯ)
- ระดับความคุ้มครอง (ICC A / B / C)
เอกสารประกอบ
- Commercial Invoice
- Packing List
- Bill of Lading (B/L) หรือ Air Waybill (AWB)
- Letter of Credit (ถ้ามี)
- เอกสารสัญญาซื้อขาย (ถ้ามี)
การเตรียมข้อมูลครบถ้วนจะช่วยให้การพิจารณาและออกกรมธรรม์รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกประกันภัยขนส่งสินค้า
1. ขอบเขตความคุ้มครอง
เลือก ICC A / B / C ให้เหมาะกับความเสี่ยง รวมถึงพิจารณาความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น War Risk หรือ Strike Risk
2. ลักษณะสินค้า
สินค้ามูลค่าสูง เปราะบาง หรือควบคุมอุณหภูมิ ควรเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสม
3. เส้นทางและรูปแบบการขนส่ง
พิจารณาประเทศต้นทาง – ปลายทาง จุดเปลี่ยนถ่าย และความเสี่ยงระหว่างทาง
4. เงื่อนไขการส่งมอบสินค้า (Incoterms)
ตรวจสอบว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบในการทำประกัน เช่น FOB, CIF, EXW
5. ความถี่ในการขนส่ง
- ประกันภัยรายเที่ยว (Single Transit) เหมาะกับขนส่งครั้งคราว
- ประกันภัยแบบเปิด (Open Policy) เหมาะกับขนส่งประจำ
6. ระบบเคลมและเครือข่ายสำรวจภัย
ควรเลือกผู้ให้บริการที่มี เครือข่ายสำรวจภัย (Survey Agent) และระบบเคลมที่รวดเร็ว โดยเฉพาะการขนส่งต่างประเทศ
ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง (Marine Cargo Insurance) เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของธุรกิจขนส่งสินค้า ช่วยลดความเสียหายจากอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ และเหตุไม่คาดคิดระหว่างการขนส่ง การเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสม เช่น ICC A, B หรือ C จะช่วยให้ธุรกิจควบคุมต้นทุนและลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
บริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด พร้อมเป็นที่ปรึกษาดูแลด้านการประกันภัยทางทะเลและขนส่ง ด้วยทีมงานมืออาชีพที่พร้อมช่วยคัดสรรและออกแบบแผนความคุ้มครองที่เหมาะสม คุ้มค่า และครอบคลุมทุกเส้นทางธุรกิจของคุณ
